03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล

เรื่องเล่าการยื่นขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ด.ญ.นำทาง ยศโสภณ (ระดับปฐมวัย)

Posted on 08/10/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล, 06. ข่าว/เรื่องเล่า | ป้ายกำกับ:, , , , , |


 

เรื่องเล่าการยื่นขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว

เริ่มเรื่องการดำเนินการยื่นขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (ระดับก่อนประถม) ของบ้านนำทาง เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2555 เข้าไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ (จากนี้ไปจะเรียกว่า สพป.กระบี่) เพื่อคุยเรื่องจดทะเบียนโฮมสคูลมา เจอจนท.คนแรก(ที่ไม่เกี่ยวข้องหรอก) บอกว่า”ต้องพวกเด็กพิเศษ เด็กมีปัญหา ออทิสติก บลาๆๆ ไรงี้ไม่ใช่หรอถึงจะจด” แกพูดวนกลับมาอีกรอบแต่มีเพิ่มเติมว่า “หรือเด็กเก่งมากเป็นพิเศษ .. มีปัญหาอะไรล่ะ” ตอบไปว่า “ปกติค่ะ อ้อ .. อาจจะเก่งมากไปค่ะ” ตอบไปเผื่อเค้าอยากท้าพิสูจน์ แล้วจะได้รีบจดให้

แล้วเมื่อเข้าไปพูดคุย เจ้าหน้าที่หลายคนในห้อง (ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องสักเท่าไหร่ ส่วนคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่อยู่) ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดติดอันดับท็อปฮิตของคนทำโฮมสคูลหรือบ้านเรียนคือ “สังคม” แต่ประเด็นนี้เราเฉยชา ชาชินมากมาย ตอบไปเหมือนนกแก้วนกขุนทอง เพราะพูดมาบ่อยละ

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกสรรพคุณโรงเรียนว่า “ไปโรงเรียนแล้วได้อะไรอีกเยอะ พ่อแม่ก็ไม่ได้สอนได้ทุกอย่าง เดี๋ยวพอเรียนถึงฟิสิกส์ก็ไม่ไหว” (แหม่ พอดียังไม่ได้ตอบเรื่องฟิสิกส์ว่าลูกคงไม่ใช่แค่จำไปสอบได้ แต่จะได้เข้าใจแจ่มแจ้งแน่นอนค่ะ พอดีว่าวิชาพวกนี้คงต้องรอให้ป๊าอ้าปากเอง แม่ไม่สามารถโชว์เซลฟ์ได้ 555 ป๊าแค่เคยโม้กับแม่ไว้ว่างั้น ตอนไปป๊าก็ไม่ค่อยพูดอะไร แม่พูดอยู่คนเดียว) แล้ว จนท. อีกคนก็เล่าถึงเด็กไหนซักคนว่า “ไปโรงเรียนแป๊ปเดียวกลับมาร้องเพลงเป็นแล้ว กลับมาร้อง “โรงเรียนของเราน่าอยู่ บลาๆๆ” ตายแล้ว เด็กไม่ไปโรงเรียนอย่างลูกดิฉันแพ้เลยค่ะ!!! นำทางไม่รู้จักเพลงนี้ค่ะ วันๆ ร้องแต่เพลงที่แต่งเองซะเป็นส่วนมาก

22 มี.ค.

เข้าไปใหม่อีกรอบเพื่อพบจนท.ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ตอนแรกจนท.ก็แอบงง ประมาณว่าก่อนภาคบังคับ (ป. 1) ไม่จำเป็นต้องจดหรือทำอะไร เราก็บอกว่า”ทราบค่ะว่าไม่จำเป็นแต่เห็นมีคนเค้าจดได้ก็เลยลองดูบ้างค่ะ” แต่แกก็น่ารัก โทรสอบถามเขตการศึกษาจังหวัดอื่นให้ (เราเล่าอ้างอิงไปว่าที่เชียงใหม่มีคนจดแล้วค่าาา) แต่ได้คำตอบมาว่าไม่มี (อาจจะคนละเขต พอดีก็ไม่รู้ว่าคนที่จดนี่เขตไหนของจังหวัดเชียงใหม่) แต่แกก็ยังตามให้ต่อ โดยหาเอกสารมานั่งอ่านหาข้อมูลให้ว่ามีมั้ย แล้วโทรกลับมาหาตอนเย็นๆ ว่า “พี่อ่านเจอแล้วนะ มีก่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือภาคบังคับจริงๆ ยังไงเดี๋ยวขอพี่ศึกษารายละเอียดก่อนนะว่าต้องยังไงบ้าง เกี่ยวข้องกับส่วนไหนบ้าง แล้วอาทิตย์หน้าจะโทรมานัดเข้าไปคุยและเอารายละเอียดให้อีกที”

ก่อนที่จะทราบว่าจดได้ พี่ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง แกก็น่ารักมาก พูดจาดี คุยกับเราดี และบอกว่า “ถ้า ป. 1 แล้วนี่มาเลย ยินดีต้อนรับมาก พี่อยากเจอเคสใหม่ๆ อยู่ (กระบี่เพิ่งมีคนจดครอบครัวเดียว แล้วแม่เป็นอเมริกันที่มาดำเนินการ ฟังจากที่จนท.เล่า แลดูว่ามีปัญหากันอยู่พอควร) ยิ่งคนรุ่นใหม่นี่พี่อยากจดให้มากเลย” และก็บอกว่า “พี่ว่าอย่างน้องสองคนคงไม่มีปัญหา คุยกันได้ น่าจะร่วมมือกันได้ดี และมีประสิทธิภาพในการจัด” … อืม ยังไม่ทันได้ยื่นหรืออ้างอิงไรเลย พี่เค้าก็หลงเชื่อความมั่นใจจากลมปากพวกเราที่พูดกันหนักแน่นว่า “มั่นใจค่ะ สบายมากค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ” ซะแล้ว 555 (จะไม่มีปัญหาจริงป่าวไม่รู้ ปัญหากับการจัดการศึกษาให้ลูกคงไม่มี แต่กับจนท.ก็ไม่ทราบค่า :P แต่จะพยายามฟังอย่างเวลาฟังผู้ใหญ่ ไม่เถียง ไม่หือ ไม่อือ แต่ทำ/ไม่ทำตาม ก็ค่อยว่ากัน 55)

วันนี้ก็มีขัดใจสิ่งที่จนท.พูดๆ บ้าง เช่น เรื่อง “สังคม”, การสอนในโรงเรียนครูจบเอกเฉพาะทางในแต่ละวิชาโดยตรง, ถ้าจดเพราะจะหนีปัญหาหนีระบบโรงเรียนไม่สนับสนุน อย่ามาจดเลย แต่ถ้าจดเพราะอยากให้ลูกเป็นเลิศกว่าในโรงเรียนชอบเลย … อืมมม ก็ถ้าระบบโรงเรียนดีกว่าแล้วคนจะอยากจัดเองทำไมหว่า แล้วทำไมลูกต้องเลิศกว่าใครด้วยหว่า (ซึ่งแน่นอนว่าเค้าพูดถึงด้านวิชาการ) แต่ก็ฟังเฉยๆ ยิ้มๆ ทำไปให้เห็นเองว่าจะเป็นยังไง ดีกว่ามานั่งเถียงให้มีอคติกันแต่แรก แทนที่จะอยากช่วยเดี๋ยวกลายเป็นอยากยกเลิกซะก่อน

เค้าพูดกันด้วยว่า “ระดับประถมนี่คงสบายๆ อยู่แล้ว คงไม่มีปัญหา แต่เดี๋ยวพอโตขึ้นต้องเรียนอะไรลึก เยอะแยะ (หมายถึงระดับมัธยมขึ้นไป) พ่อแม่ก็ไม่รู้หมดทุกอย่างหรอก ในโรงเรียนครูจะจบมาโดยตรงก็จะสอนได้ดี” … คิดในใจว่า “ไม่ได้คิดจะสอนขนาดนั้นอยู่แล้วค่ะ เพราะป่านนั้นลูกต้องรู้จักศึกษาด้วยตัวเอง และเลือกสิ่งที่ชอบและจำเป็นต้องศึกษาด้วยตัวเองได้แล้วหละ”

การประเมินสำหรับอนุบาลไม่มีอะไรมาก พี่เค้าบอกคร่าวๆ ว่ามี 4 ด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และปัญญา ระดับประถมก็ 8 สาระ ซึ่งจากเท่าที่คุยก็มีการสอบโดยเป็นข้อสอบแบบเด็กในโรงเรียน, เราทำเอกสารรวบรวมการเรียนรู้ของลูกและหลักฐานการเรียนต่างๆ งานต่างๆ ไว้ส่งให้เค้าด้วย, และนอกจากเขตการศึกษา ศึกษานิเทศ ของพื้นที่แล้ว ก็จะมีส่วนกลางเข้ามาตรวจสอบอีกทีด้วยค่ะ มาดูทั้งที่บ้าน และดูเอกสารต่างๆ ที่เรายื่นเขตฯ และประเมินอีกทีว่าที่เขตให้ผ่านไม่ผ่านเนี่ย ผ่านส่วนกลางด้วยหรือเปล่า

26 มี.ค.

ก็ถึงวันที่ได้รับเอกสารทางอีเมล์จากเจ้าหน้าที่ผู้น่ารัก เป็นเอกสารแนวทางปฏิบัติในการจัดการศึกษาทางเลือกที่จัดโดยครอบครัว, ตัวอย่างแบบยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว, การจัดทำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว และกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. 2547

คลิกที่นี่ค่ะ >>>homeschool2u หรือไปที่หมวดหมู่ คลิกที่นี่ค่ะ>>> งานวิจัย/หนังสือ/เอกสาร

หลังจากนั้นก็หมกมุ่นอยู่กับการเขียนแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวอยู่ร่วมเดือน จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 23 เม.ย. เตรียมพร้อมนำไป print และจัดส่ง

สำหรับแผนการจัดการศึกษาของนำทางในระดับชั้นก่อนประถม (อนุบาล 1) หน้าตาเป็นแบบนี้ (ก็ไม่มีอะไรมาก เขียนตามหัวข้อที่เค้ามีกำหนดให้ว่าต้องเขียนให้ครบถ้วน เขียนไปตามวิถีและการจัดกิจกรรมของครอบครัว) แผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ด.ญ. นำทาง ยศโสภณ

25 เม.ย.

ส่งเอกสารเพิ่มอีกชุดสำหรับ ด.ญ. วนินา หรือ ธิลี ระดับชั้นอนุบาล 2 ที่มาร่วมเป็นครอบครัวโฮมสคูลกับเรา และยื่นหนังสือขอจดฯตามกันมาติดๆ

18 พ.ค.

เข้าร่วมประชุมกับทางสพป.และคณะ (คุณครูอนุบาล, ศึกษานิเทศน์ ฯลฯ) ตอนแรกก็แอบงงกันอีกเช่นเคยว่าระดับอนุบาลต้องจดด้วยหรอ จะจดทำไม จดได้หรอ ก็ต้องชี้เอกสารเป๊ะๆๆๆ ให้ดูว่า จดได้สิค๊าาา พูดคุยกันไปตามแนว ชื่นชมเราบ้างที่กล้าทำ ดักคอไว้ก่อนบ้างว่าระดับโตกว่านี้ควรไปโรงเรียน บลาๆๆๆ ก็นั่งฟังไปตาปริบๆ แต่สรุปก็ไม่มีปัญหาอะไร เค้าก็สรุปในที่ประชุมว่าคงจะผ่านเพราะแผนที่ยื่นก็ถูกต้องเหมาะสมดี (แก้แค่ที่อยู่ที่พิมพ์ผิด, วันที่ กับเติมเรื่องให้คณะกรรมการวัดและประเมินผลปีละครั้ง) แต่ยังไม่จบแค่ระดับนี้ ต้องส่งต่อให้คณะกรรมการเขตฯประชุมลงมติกันอีกรอบ ก็รอต่อไป

29 พ.ค.

เค้าประชุมคณะกรรมการเขตฯกันแต่อันนี้เราไม่ต้องเข้าร่วมด้วยแล้ว รอผลด้วยการไปเที่ยวกรุงเทพ ตราด เพชรบูรณ์ 555

31 พ.ค.

ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ประสานงานผู้น่ารักโทรมาแจ้งว่า “คณะกรรมการสำนักงานเขตฯอนุญาตจัดการศึกษาเรียบร้อยแล้วนะ”(สำหรับเด็กทั้ง 2 คน) … ก็สรุปว่าได้เป็นเด็กบ้านเรียนแบบถูกต้องตามกฎหมาย (และจะได้รับเงินสนับสนุน) จริงๆ แล้ววว :)

1 มิ.ย.

ได้รับ copy เอกสารอนุญาตฯทางอีเมล์ หน้าตาเช่นนี้ อนุญาตให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (ตัวจริงเค้าก็ส่งมาให้ทางไปรษณีย์ด้วย)

ก็มีหลายคนถามมาว่าแล้วทำไมต้องจดด้วย จะยุ่งยากแต่หัววันทำไม ค่อยจดตอนประถม (ซึ่งเป็นภาคบังคับ) ไปเลยก็ได้ บลาๆๆๆ ครอบครัวเราก็มีเหตุผลในการจดตั้งแต่ระดับอนุบาลดังนี้

  1. เพราะจดแล้วจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเช่นเดียวกับเด็กในระบบ (แถมได้เยอะกว่าด้วย ปีละหมื่นกว่าต่อคนแน่ะ) เลยอยากรับสิทธิ์ที่พึงได้มาสมทบทุน
  2. สร้างความรู้จักคุ้นเคยไว้แต่เนิ่นๆ พอถึงขั้นจริงจัง (ป.1) จะได้รู้แกว รู้เขารู้เรากันแล้ว ป่านนั้นคงไม่ต้องคุยอะไรกันมาก ไม่ต้องข้องใจว่าเราจะเป็นยังไง จะทำได้มั้ย
  3. เป็นแบบอย่างสำหรับรุ่นหลังให้ง่ายขึ้น มีความรู้ความเข้าใจ รู้จักกันกว้างขึ้น ทั้งคนที่อยากจัดและเจ้าหน้าที่ บางทีเราบอกว่าอนุบาลไม่จำเป็นต้องเข้า แต่บางคนก็ยังต้องการแม้กระทั่งวุฒิอนุบาล หรือบางโรงเรียนจะรับเข้าป.1 มีกำหนดด้วยว่าต้องผ่านอนุบาลมาก่อน ถ้ายังไม่อยากให้เข้าโรงเรียนตั้งแต่อนุบาลจะได้มีทางเลือกแล้วที่จะไปจดขอจัดการศึกษาฯแล้วได้วุฒิอนุบาลแบบนี้แทน

จบเรื่องสนุกๆ ในระดับเด็กๆ ไว้แต่เพียงเท่านี้ ไว้เล่าอีกทีตอนเรื่องที่เค้ามาวัดมาประเมินผลเลยก็แล้วกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม รายละเอียด ข้อกฎหมาย เอกสารราชการ และความรู้ต่าง ๆ สามารถอ่านได้ที่ http://www.homeschoolnetwork.org

 

ขอบคุณข้อมูล

เขียนเรื่องเล่าโดย คุณ toon  เมื่อ Friday, 08 June 2012 จาก http://www.numthang.org มาก ๆ นะคะ^_^
Post By: กฤดาภรณ์ แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู

Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

ตัวอย่างแบบยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว, แบบอนุญาต, คำสั่งให้เลิกจัด และการจัดทำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

Posted on 07/10/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล | ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , |


รวมแบบฟอร์ม ตัวอย่าง สำหรับการจัดการศึกษาโดยครอบครัว Home School ดังต่อไปนี้

  1. ตัวอย่างแบบยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว
  2. ตัวอย่างแบบอนุญาตให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว
  3. ตัวอย่างคำสั่งให้เลิกจัดการศึกษาโดยครอบครัว (กรณีครอบครัวขอยกเลิกเอง)
  4. ตัวอย่างคำสั่งให้เลิกจัดการศึกษาโดยครอบครัว (กรณีคณะกรรมการมีมติยกเลิก)
  5. ตัวอย่างการจัดทำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเอกสารค่ะ >>>

ตัวอย่างแบบยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว, แบบอนุญาต, คำสั่งให้เลิกจัด และการจัดทำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

Post By: กฤดาภรณ์ แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู

home school, homeschool สงขลา, การจัดการศึกษาโดยครอบครัว, บ้านเรียน, โฮมสคูลสงขลา, เว็บไซต์โฮมสคูล, เว็บไซต์ home school, homeschool ในประเทศไทย,  homeschool ต่างประเทศ, homeschool in thailand

Read Full Post | Make a Comment ( 1 so far )

แนวทางการเขียนแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

Posted on 06/10/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล | ป้ายกำกับ:, , , |


ตัวอย่างแนวทางการเขียนหลักสูตร/แผนการจัดการศึกษาของครอบครัว เขียนโดย กนกพร สบายใจ (แม่นิ่ม) ตรวจทานโดย อาจารย์ ธำรงศักดิ์ ธำรงเลิศฤทธิ์ นักวิชาการกลุ่มพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.

ขอบคุณข้อมูลจาก HOMESCHOOLNETWORK.ORG’S SOCIAL

วันที่: 31 MAY 2012 ผู้เขียน: TOON หมวดหมู่: KNOWLEDGE BASE

คลิกลิงค์ที่นี่ค่ะ >>> แนวทางการเขียนแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

 

** ไฟล์ด้าล่างนี้…แม่น้องปัญปัน ขออนุญาตจัดหน้า และปรับตัวอักษรให้ใหม่นะคะ^_^

คลิกที่นี่เพื่อด่าวนืโหลดเอกสารค่ะ>>> แนวทางการเขียนหลักสูตร_มีนาคม๕๕

Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

รูปแบบการทำโฮมสคูล: ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Posted on 06/10/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล, 06. ข่าว/เรื่องเล่า | ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , |


การจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือการทำโฮมสคูล ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการ วิถีชีวิต แนวคิด และสถานภาพของแต่ละครอบครัว

ข้อนี้ถือเป็นคำถามยอดฮิตที่ “คนทำ” โฮมสคูล หรือ “คิดจะทำ” ต้องการทราบเป็นอันดับต้น ๆ ทีเดียว

การทำโฮมสคูลแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ

  • ไม่ต้องการวุฒิการศึกษา ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย จัดไปได้ตามต้องการของครอบครัว อาจจะมีจดหมายมาเรียกตัวเมื่ออายุถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน (7 ขวบ) และอาจจะต้องเสียค่าปรับ (แต่ไม่รู้ว่าเคยมีใครต้องจ่ายจริงไหม เท่าที่เจอยังไม่มี)
  • ต้องการวุฒิการศึกษา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลายช่องทางให้เลือกได้ ขอยกตัวอย่างเท่าที่ทราบข้อมูลดังนี้

1.  จดทะเบียนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวกับเขตพื้นที่การศึกษาตามพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่

การจดทะเบียนกับเขตฯสามารถจดได้ตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมเมื่ออายุครบ 4 ปีเต็ม (อนุบาล 1 และ 2 อิงตามโรงเรียนรัฐบาล) จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยที่ การจดระดับอนุบาลนั้นไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ จะจดหรือไม่จดก็ได้ หากไม่จดก็สามารถเริ่มจดตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตอนอายุครบ 7 ปี หรือระดับประถม 1 ได้เลย

โดยการจดทะเบียนกับเขตการศึกษานั้น ครอบครัวจะต้องเขียนแผนการเรียนไปยื่นให้กับเขตเพื่ออนุมัติ สำหรับข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนกับเขตฯสามารถอ่านรายละเอียดได้ตามนี้ค่ะ แนวทางปฏิบัติและการจัดทำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวแนวทางการเขียนแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

ข้อดี ของการจดทะเบียนกับเขตฯเท่าที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ เราจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเหมือนกับเด็กในระบบ (และได้มากกว่าด้วย) รายละเอียดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลปีการศึกษา 2555 และได้รับการสนับสนุน แนะนำ รวมถึงข้อมูลต่างๆ จากเขตฯ เช่น หากต้องการไปร่วมทัศนศึกษากับโรงเรียนก็สามารถติดต่อผ่านเขตฯขอไปด้วยได้, ขอเข้าร่วมทำกิจกรรมบางอย่างกับทางโรงเรียนในสังกัดเขตฯนั้น, ทางเขตฯจะคอยแจ้งข้อมูลการสอบแข่งขัน การทดสอบต่างๆ หรือกิจกรรมทางด้านการศึกษาที่มีการจัดทั้งในระดับจังหวัดถึงระดับส่วนกลางให้เราทราบเพื่อเข้าร่วมด้วยหากต้องการ รวมถึงการขอสื่อการเรียนการสอนจากทางโรงเรียนก็สามารถทำได้ (เช่น สื่อจำพวก CD, VCD) เป็นต้น

ข้อเสีย คงแล้วแต่ว่าจะเจอกับเขตฯ แบบไหน ถ้าเจอเขตฯ ที่ไม่สนับสนุน ไม่เข้าใจ ไม่พยายามทำความเข้าใจร่วมกัน หรือความต้องการของครอบครัวกับกรอบของเขตฯ ไม่ตรงกัน ก็อาจจะทำให้ลำบากหน่อย ^^”

—————————————————————————————-

2. กศน.
ปัจจุบันการสอบเทียบสำหรับเด็กในระบบโรงเรียน (เช่น เรียนอยู่ ม. 1, 2 แล้วสอบเทียบจบ ม. 3 ไปเลย หรืออยู่ ม. 4, 5 แล้วสอบเทียบ ม. 6 แล้วสามารถ entrance ได้เลย) ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว กศน.มีการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี 3 รูปแบบ คือ

  • การศึกษาวิธีเรียนพบกลุ่ม เน้นหนักการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก มีการพบกลุ่มเพื่อนำสิ่งที่ได้ไปศึกษาค้นคว้า แล้วมานำเสนอ อภิปราย และสรุปร่วมกันในลักษณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
  • การศึกษาวิธีเรียนทางไกล เป็นวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยผ่านสื่อการศึกษาทางไกล ได้แก่ ชุดการเรียนทางไกล CD VCD รายการทางวิทยุและโทรทัศน์ Internet เป็นต้น
  • การประเมินเทียบระดับการศึกษา เป็นการประเมินจากความรู้ ทักษะ ผลงาน ประสบการณ์จากแฟ้มสะสมผลงาน โครงงาน การสอบ ปฏิบัติ สัมภาษณ์ และทำกิจกรรมเข้าค่ายหรือกิจกรรม กพช. (กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต)

โดยแต่ะละแบบก็มีข้อกำหนด เช่น เงื่อนไขเรื่องอายุ, การใช้เพื่อศึกษาต่อ ฯลฯ ที่แตกต่างกันไป สามารถอ่านข้อเปรียบเทียบของทั้ง 3 แบบเพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะสมได้ที่ เปรียบเทียบวิธีเรียน 3 วิธี

—————————————————————————————-

3. ฝากชื่อ/จดกับโรงเรียนที่รับเด็กบ้านเรียน
เช่น โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก จ. กาญจนบุรี (แต่ปัจจุบันหยุดรับเพราะจำนวนเด็กมีเยอะมากแล้ว ยังไม่แน่นอนว่าจะเปิดรับอีกเมื่อไหร่), โรงเรียนรุ่งอรุณ (เพิ่งเปิดรับภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 เป็นครั้งแรก) ซึ่งมีรายละเอียดลงไว้แล้วที่ โครงการเปิดรับนักเรียนของกลุ่มบ้านเรียน ในโรงเรียนรุ่งอรุณ หรืออาจลองติดต่อโรงเรียนใกล้บ้านก็ได้

การจัดการเรียนการสอนโดยร่วมกับโรงเรียนอาจต่างกันไปตามแต่ว่าจะมีการตกลงร่วมกับโรงเรียนอย่างไร อาจจะทางบ้านจัดการเรียนการสอนเองหมดแล้วส่งร่องรอยการเรียนรู้ให้โรงเรียนเพื่อเทียบประเมินการเลื่อนชั้น, เข้าร่วมเรียนบางวิชาหรือร่วมทำกิจกรรมบางอย่างกับทางโรงเรียนควบคู่ไปด้วย เป็นต้น

—————————————————————————————-

4. มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ถ้าอยากเรียนแบบในโรงเรียนแต่ไม่ไปโรงเรียนก็สามารถเรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมได้ โดยเค้าจะมีคู่มือการเรียนการสอนให้ดาวน์โหลดได้ด้วย แล้วก็ค่อยไปสอบเทียบวุฒิเอาในภายหน้า หรืออาจจะยื่นจดทะเบียนกับเขตฯโดยส่งแผนการเรียนตามมูลนิธิการศึกษาทางไกลฯก็คงได้ (ไม่เคยถามนะคะ แต่คิดว่าน่าจะได้ ครอบครัวคงต้องคุยกับเขตฯดู)

—————————————————————————————-

5. สถาบันการศึกษาทางไกล
การศึกษาทางไกลเป็นวิธีการจัดการศึกษาที่ใช้สื่อในการถ่ายทอดความรู้ เนื้อหาวิชา และมวลประสบการณ์ต่างๆ เป็นการจัดการศึกษานอกโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ข้อมูลต่างๆ ตอนนี้อ่านจากหน้าเว็บเก่าจะมีครบถ้วนกว่า สำหรับหลักการจัดการศึกษา วิธีเรียน ตัวอย่างใบสมัคร รายวิชา สามารถอ่านได้ที่ > http://www.dei.ac.th/old/genertal03032554.html

—————————————————————————————-

6. Distance Learning หลักสูตรต่างประเทศ
อันนี้ขอให้ถามอากู๋เอาได้เลย มีหลากหลายให้เลือก ซื้อหลักสูตรแล้วเค้าก็จะส่งหนังสือ ส่งข้อสอบมาให้เราถึงบ้าน เรียนเอง อ่านเอง สอบ แล้วก็ค่อยมายื่นเทียบวุฒิเมืองไทย

—————————————————————————————-

7. สอบเทียบวุฒิมัธยมปลายด้วยระบบต่างประเทศ
เท่าที่รู้จักและนิยมในไทยมีอยู่ 2 อย่าง คือ

General Educational Development (GED) เป็นระบบของอเมริกา โดยมีข้อกำหนดคร่าวๆ คือ ผู้สอบต้องมีอายุ 17 ปีขึ้นไป โดยต้องสอบให้ผ่านทั้งหมด 5 วิชา ได้แก่ Language Arts: Writing, Social Studies, Science, Language Arts: Reading และ Mathematics ผู้ที่สอบผ่าน GED จะได้รับใบแจ้งผลการเรียน (Transcript) และประกาศนียบัตรการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของ GED (Diploma) ซึ่งสามารถนำไปเทียบวุฒิมัธยมปลายได้

Internation General Certificate of Secondary Education (IGCSE) เป็นระบบของอังกฤษ สอบเพื่อเทียบจบ ม. ปลายเช่นเดียวกับ GED แต่มีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เช่น IGCSE ไม่จำกัดอายุ และคุณวุฒิของผู้สอบ และมีวิชาให้เลือกสอบมากถึง 50 วิชา โดยเราสามารถเลือกสอบวิชาใดก็ได้ ให้ผ่านครบ 5 วิชา ก็จะสามารถนำใบรับรองผลสอบจากมหาวิทยาลัย Cambridge เพื่อขอเทียบเท่าวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยในประเทศไทยสามารถติดต่อขอสอบได้ที่ British Council โดยมีเปิดให้สอบปีละ 2 ช่วง คือ เดือน พฤษภาคม – มิถุนายน และ อีกช่วงหนึ่งประมาณ เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน

สำหรับการสอบ GED และ IGCSE ต้องสอบเป็นภาษาอังกฤษ

—————————————————————————————-

ขอบคุณข้อมูลจาก HOMESCHOOLNETWORK.ORG’S SOCIAL

วันที่: 23 JUL 2012 ผู้เขียน: TOON หมวดหมู่: KNOWLEDGE BASE

คลิกลิงค์ที่นี่ค่ะ >>> รูปแบบการทำโฮมสคูล

Post By: กฤดาภรณ์ แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู
Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

บ้านเรียนก้านตอง รายงานผลการจัดการศึกษา ประจำปี ๒๕๕๑ (ครั้งแรก)

Posted on 06/10/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล, 06. ข่าว/เรื่องเล่า | ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , |


อยากให้เป็นตัวอย่างแก่ครอบครัวที่สนใจ

ผลการเรียนของก้านตอง ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ชั้น ป.๕

ประมวลจากเอกสารรายงานของบ้านเรียนก้านตอง

 รายงานการประเมินผลการจัดการศึกษา โดยครอบครัว

 (Home School) ของบ้านเรียนก้านตอง ปีการศึกษา ๒๕๕๑

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑

บ้านเรียนก้านตองเริ่มต้นจากความเห็นพ้องต้องกันของสมาชิกในครอบครัว (พ่อแม่ลูก) ในการตัดสินใจเลือกจัดการศึกษาโดยครอบครัว  ด้วยความเชื่อมั่นในรูปแบบการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนแสวงหาตัวเอง รู้จักตนเอง  อันจะนำไปสู่ความตระหนักรู้ในตัวตนเอง  มากกว่าการมุ่งแข่งขันสู่ความเป็นเลิศ  ประกอบกับพ่อแม่มีความพร้อมทั้งในด้านปัจจัยและเวลาที่จะจัดการศึกษาให้ลูกได้  ลูกเองก็มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนในระบบบ้านเรียน  โดยเชื่อมั่นว่ากระบวนการเรียนรู้ร่วมกันนั้น  ไม่เพียงสร้างแนวทางในการเข้าถึงความรู้แบบใหม่  หากยังช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวด้วย

เมื่อได้รับอนุญาตให้จัดการศึกษาโดยครอบครัว ให้แก่เด็กหญิงอรุณเริ่ม กิตติรัตนชัย (ก้านตอง) ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ ๒ (ป.๔-ป.๖) จากทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ (สพท.เชียงใหม่ เขต ๑) ทางครอบครัวจึงเริ่มดำเนินการจัดการศึกษาฯ ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ภายใต้ชื่อ บ้านเรียนก้านตอง

การดำเนินการจัดการเรียนรู้ของบ้านเรียนก้านตอง ในปีที่ ๒ ซึ่งผู้เรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๕ ได้ผ่านพ้นไป ทางครอบครัวฯ ซึ่งเป็นผู้จัดการศึกษาจึงได้จัดทำ  “รายงานการประเมินผลการจัดการศึกษาโดยครอบครัว(Home School) ของบ้านเรียนก้านตอง ปีการศึกษา ๒๕๕๑ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ฉบับนี้ขึ้น เพื่อรายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานในปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยการรายงานครั้งนี้ ขอนำเสนอในประเด็นต่อไปนี้

๑. ข้อมูลพื้นฐานของบ้านเรียนก้านตอง

ครอบครัวก้านตองเป็นครอบครัวเดี่ยวขนาดเล็ก อาศัยอยู่บ้านสองชั้นหลังเล็กในตัวเมืองเชียงใหม่   พื้นเพเดิมของพ่อและแม่นั้นเป็นคนจากจังหวัดอื่น ย้ายมาลงหลักปักฐานที่เชียงใหม่ ก่อนจะแต่งงานและให้กำเนิดน้องก้านตอง ซึ่งผู้เป็นแม่ตั้งใจที่จะให้เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เพื่อที่จะได้สามารถทุ่มเทดูแลได้อย่างเต็มที่

วิถีชีวิตโดยรวมของครอบครัวก้านตองก็ไม่ต่างไปจากครอบครัวชาวพุทธในสังคมเมืองโดยทั่วไปนัก โชคดีก็ตรงที่พอมีความรู้ทางการเกษตรและความสนใจในสิ่งแวดล้อมเป็นทุน ครอบครัวนี้จึงค่อนข้างผูกพันใกล้ชิดกับธรรมชาติ แม้จะมีพื้นที่จำกัด แต่ก็พยายามสร้างสภาพรอบบ้านให้แวดล้อมสีเขียวของพืชและชีวิตชีวาอิสระของสรรพสัตว์  จากสิ่งเล็กๆ ที่เรียบง่ายในชีวิตประจำวันเหล่านี้ กลายเป็นการปลูกฝังพื้นฐานด้านจิตใจให้ลูกน้อย

ในช่วงปีที่ผ่านมา ครอบครัวก้านตองมีสมาชิกอาศัยอยู่ร่วมกัน ๔ คนคือ

พ่อเล็ก (นายวิคม  กิตติรัตนชัย) จบการศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิต (สาขาการจัดการศัตรูพืช)  จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ประกอบกิจการส่วนตัว และทำงานอิสระด้านงานเขียนและการผลิตสิ่งพิมพ์

แม่นก (นางกรรณิการ์  กิตติรัตนชัย) จบการศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิต (เกษตรศาสตร์)  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประกาศนียบัตรบัณฑิตการแปลอังกฤษ-ไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแม่บ้านควบคู่กับงานอิสระด้านการแปลและงานเขียน

พี่ปลาย (เด็กชายธนชาติ  อำพนนวรัตน์) ลูกชายของป้าและลุงซึ่งย้ายมาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มาเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ (ม.๒ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม)

ก้านตอง (เด็กหญิงอรุณเริ่ม  กิตติรัตนชัย : ผู้เรียน)   เกิดวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐  อายุ ๑๑ ปี  เป็นเด็กอารมณ์ดี ร่าเริงขี้เล่น มีน้ำใจ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี   แม้จะมีบุคลิกค่อนข้างขี้อาย แต่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความตั้งใจและความพยายามเป็นพื้นฐานสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นอยู่บ่อยครั้งเมื่อเธอตัดสินใจที่จะทำสิ่งใดแล้ว จะมุ่งมั่นก้าวเดินไป ช้าบ้างเร็วบ้าง แต่ก็ไม่เคยล้มเลิกกลางคัน

วิธีการของครูชีวิต..ที่ค้นพบตัวตนของลูกสาว 

ด้วยรูปแบบการเลี้ยงดูของครอบครัวที่เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมตัดสินใจ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีลักษณะครุ่นคิด ชอบตั้งคำถาม พูดจาเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน

ด้านทักษะหรือความถนัด

  •  ผู้เรียนมีความสนใจและชื่นชอบการใช้ภาษาในการสื่อสาร ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  •  รักการอ่านและชอบแต่งนิทานในยามว่าง
  •  สามารถสรุปเรื่องหรืออธิบายสถานการณ์ต่างๆ ได้ชัดเจน แต่ไม่ชอบเรียนรู้ด้วยวิธีการท่องจำ

การใช้วิธีสร้างแรงจูงใจและความเข้าใจจะได้ผลดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด (วิธีการจัดการของครูชีวิต) วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เป็นสาระที่ผู้เรียนพัฒนาได้ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความใฝ่ฝันของผู้เรียนที่อยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักเขียนในอนาคต (เริ่มค้นพบความถนัดและความสนใจ)

การใช้เวลาว่าง นอกจากการอ่านหนังสือและเขียนนิทานแล้ว กิจกรรมที่ชื่นชอบคือ การวาดรูป เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เกมกระดาน และเล่นกีฬา อาทิว่ายน้ำ เทนนิส แบดมินตัน ขี่จักรยาน และยิงธนู

กรอบการจัดการสาระการเรียนรู้ตามแผนการจัดการศึกษาบ้านเรียนก้านตอง

เพื่อให้สอดคล้องและสะดวกต่อการเทียบโอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงจัดสาระการเรียนรู้  ๘ กลุ่มสาระ โดยวิชาหลัก คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเป็นแนวทาง โดยเน้นการบูรณการ การจัดทำโครงงานและกิจกรรมให้ผู้เรียนได้สัมผัสจริง
มากที่สุด (เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒)

วิชาภาษาอังกฤษจัดให้มีการเรียนรู้และสื่อสารจริงกับเจ้าของภาษา  ส่วนวิชาศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เสริมกิจกรรมการเล่น+เรียนในเรื่องที่ผู้เรียนชอบ โดยยึดหลัก สนุกกับการเล่น เน้นสร้างปัญญา อาทิ ดนตรี กีฬา (ว่ายน้ำ เทนนิส) การอ่าน เกมฝึกสมอง หมากกระดาน คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะในเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ อาทิ การเขียน งานศิลปะ การถ่ายภาพ ธรรมชาติศึกษา โดยเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กรอบนี้เป็นดั่งหัวใจ..เป็นพันธกิจ..ของบ้านเรียนก้านตอง
สู่เป้าหมายหลักสูตรที่ครอบครัวได้พัฒนาขึ้น
ครอบครัวได้กำหนด สาระการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแล้ว
อยากให้พ่อเล็กเพิ่ม เรื่องคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ทั้งนี้เพื่อความสมบูรณ์ของหลักสูตรและประโยชน์ในการเทียบโอนในอนาคต (หากมี)
และเพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางแก่ครอบครัวที่สนใจ

 

ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๒ น้องก้านตองเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖
โดยความเป็นจริงแล้วความสามารถแต่ละด้านทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติ
จากที่พบเห็นและได้ร่วมประเมิน น้องก้านตองมีความสามารถมากว่าระดับชั้น
แต่การจัดการเรียนตามอัธยาศัย ตามกำหนดใน พรบ.ต้องเป็นไปตามลำดับชั้น เป็นปี ๆ ไป

“ใจจริงของผู้เขียน..อยากให้เป็นตัวอย่างแก่ครอบครัวที่สนใจ
หากมีการขยายผลในครอบครัวเพิ่มขึ้น..จะเป็นสุขใจมากค่ะ
ผู้เขียนพร้อมจะให้ข้อมูล..ครอบครัวก้านตองก็พร้อมด้วยเช่นกันค่ะ”

ศน.อ้วน  สร้าง: 25 พฤษภาคม 2552 07:47 · แก้ไข: 23 มิถุนายน 2555 00:20

ขอบคุณข้อมูลจาก ศน.อ้วน วัชราภรณ์ วัตรสุข http://www.gotoknow.org/blogs/posts/263074

Post By: กฤดาภรณ์ แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู

Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

คู่มือครอบครัว ก้าวแรกสู่บ้านเรียน : หลักคิดและกระบวนการเข้าสู่การศึกษาโดยครอบครัว (Home School)

Posted on 27/09/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล, 05. งานวิจัย/หนังสือ/เอกสาร | ป้ายกำกับ:, , , , , |


คู่มือครอบครัว ก้าวแรกสู่บ้านเรียน : หลักคิดและกระบวนการเข้าสู่การศึกษาโดยครอบครัว (Home School)

คลิกที่นี่ >>> ดาวน์โหลดสิ่งพิมพ์

ปีที่พิมพ์ : 2549
ISBN : 974-559-84

เนื้อหาประกอบด้วย 4 ภาค ภาคแรก “ทำความรู้จักกับการศึกษาบ้านเรียน” นำเสนอความเป็นมาของการศึกษาบ้านเรียนในสังคมไทย ภาคที่สอง “หัวใจบ้านเรียนไทย” นำเสนอ ปรัชญา หลักการ แนวคิดพื้นฐานของการศึกษาบ้านเรียน ภาคที่สาม “ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจ” นำเสนอปัจจัยต่างที่ควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ภาคที่สี “แนวทางการจัดทำแผนการจัดการศึกษาของครอบครัว” นำเสนอวิธีปฏิบัติในการไปจดทะเบียนขออนุมัติจัดการศึกษากับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา…

อ่านต่อ

 Post BY: แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู
Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

ตัวอย่างแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว (ระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 3) พ.ค.’54-ก.พ.’55

Posted on 25/09/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล | ป้ายกำกับ:, , , , , |


แผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

แผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวนี้ เป็นแผนที่ได้มาจากการพูดคุย ตกลง กับ สพฐ และ ศน.ว่าจะให้เขียนในแนวทางนี้

เป็นไปได้ว่า แต่ละเขตจะต้องการรายละเอียดที่แตกต่างกันไป อีกทั้ง แต่ละครอบครัว ก็จะมีจุดเน้นหรือจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน
สำหรับแผนของครอบครัวคุณ Chatree Samran คือ รู้ว่าลูกจะต้องกลับเข้าสู่ระบบ รร. อีกครั้ง  ดังนั้น จึงตัดสินใจที่จะเลือกอ้างอิงแนวของกระทรวงเป็นหลัก
ซึ่งตัวอย่างนี้เป็นแผนการจัดการศึกษาแนวทางหนึ่ง ที่ได้วางหลักสูตรของกระทรวงและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่นำมาเป็นแนวทางในการเขียนแผนและประเมินไว้ในหน้าแรก
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดเอกสารค่ะ>>>แผน ม.3
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ Chatree Samran https://sites.google.com/site/chatreesamran/-doc-4
Post By:

แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู
Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

ตัวอย่าง รายงานผลการประเมินผลการวัดและประเมินการเรียนรู้ Home School

Posted on 25/09/2012. Filed under: 03.แผนการจัดการศึกษา/แผนการสอน/แบบฟอร์ม/รายงาน/ประเมินผล, 05. งานวิจัย/หนังสือ/เอกสาร | ป้ายกำกับ:, , , , |


รายงานผลการประเมินผล การวัดและประเมินการเรียนรู้ของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

เป็นรายงานที่ได้มาจากการพูดคุย ตกลง กับ สพท และ ศึกษานิเทศก์ ว่าจะให้เขียนในแนวทางนี้ (ที่เห็นเป็นส่วนผสมของ ม .2-3 ซึ่งกำลังปรับเป็น ม.3 แต่ยังไม่เสร็จ) อาจเป็นไปได้ว่า แต่ละเขตพื้นที่อาจจะต้องการรายละเอียดที่แตกต่างกันไป อีกทั้ง แต่ละครอบครัว ก็จะมีจุดเน้นหรือจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน

รายงานผลการประเมินผลการวัดและประเมินการเรียนรู้ของ….

๑       ข้อมูลพี้นฐานของครอบครัว

บิดาชื่อ อายุ  ปี วุฒิการศึกษา อาชีพ

มารดาชื่อ นาง อายุ ปี วุฒิการศึกษา อาชีพ

เหตุผลในการจัดการศึกษาของครอบครัว

๑.     เป็นการจัดการศึกษาที่ต่อเนื่องจากการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในปีการศึกษา ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โดยที่ น.ส.  เคยเรียนในระบบการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในช่วงชั้นที่  ๒  แล้วเข้าเรียนในระบบโรงเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

๒.    ครอบครัวมีความเชื่อว่า การเลี้ยงดูและให้ความรู้แก่ลูกภายใต้ความรัก การดูแลเอาใจใส่ของครอบครัว จะ

ให้ความรัก ความอบอุ่น ทำให้ลูกเป็นคนดีมีเหตุผล มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสามารถในการเรียนรู้

และรู้วิธีการเรียนรู้ได้   อีกทั้งครอบครัวมีความพร้อมในด้านของเศรษฐานะ การศึกษา ความรู้และเวลา

๓.    ครอบครัวต้องการให้ น.ส. มีเวลาในการเรียนรู้ตนเอง ค้นหาความต้องการของตนเอง สำหรับการ

ใช้ชีวิตในอนาคต อีกทั้ง น.ส.  มีความสุขในการเรียนรู้โดยการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ในช่วง

เวลาที่ผ่านมา

        ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน

-            น.ส.   เกิดเมื่อ อายุ  ๑๖  ปี

-      อนุบาลศึกษา เรียนในระบบการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

-      ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน

-      ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๔๙ ระดับประถมศึกษาปีที่  ๒-๔ โรงเรียน

-       ปี พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๑  ระดับประถมศึกษาปีที่ ๕-๖ ในระบบการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

-            ปี พ.ศ. ๒๕๕๒  ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน

-            ปี พ.ศ. ๒๕๕๓  ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ในระบบการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

๒      สรุปผลการดำเนินงานในการจัดการเรียนรู้

ครอบครัวได้จัดแผนการศึกษาขึ้นโดยพยายามให้สอดคล้องกับหลักสูตรการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการพุทธศักราช ๒๕๕๑  ซึ่งได้กำหนดเนื้อหาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม ร่วมกับการจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อให้ น.ส.  สามารถบรรลุถึงความคาดหวัง  มีคุณสมบัติอันพึงประสงค์  และมีความสามารถตามสมรรถนะที่สำคัญ  การจัดการศึกษาที่ต่อเนื่องในปีนี้ยังคงยึดผู้เรียนเป็นหลักเช่นเดิม  แต่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นว่า น.ส. มีความประสงค์ที่จะเข้าเรียนต่อในช่วงชั้นที่ ๔ ในสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์  ทำให้การจัดการศึกษาในปีนี้เน้นไปที่การเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์  เพื่อเป็นการเตรียมให้ น.ส. สามารถสอบเข้าและเรียนรู้ในสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ในช่วงชั้นที่ ๔ ได้   เพราะในช่วงที่ผ่านมา น.ส.  ได้เน้นการเรียนรู้ด้านภาษา และไม่ได้เน้นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์  ทำให้หาก น.ส. สามารถสอบเข้าเรียนในสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ได้ อาจจะมีความยากลำบากในการเรียนรู้ให้ทันเพื่อนร่วมชั้นเรียน  หากไม่ได้เรียนรู้เพิ่มเติม

เมื่อเป้าหมายในการจัดการศึกษาในปีนี้เป็นดังข้างต้น  จึงทำให้มีการเรียนรู้ในรูปแบบของการบูรณาการหลาย ๆ สาระวิชาน้อยลง  มีการเรียนรู้จากหนังสือคู่มือของแต่ละสาระวิชาเป็นหลัก  แต่โดยภาพรวมแล้ว น.ส.  ได้ เรียนรู้ตามมาตรฐานในช่วงชั้นที่ ๓

สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้นั้น ครอบครัวตั้งใจที่จะจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลายดังที่ได้เสนอไว้ในแผนการจัดการศึกษา   ซึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมา  สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ดี  โดยที่ได้มีการปรับเปลี่ยนบ้าง ในบางรายการตามความเหมาะสมและโอกาสที่เกิดขึ้น

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ครอบครัวสามารถจัดได้ดีและสม่ำเสมอ ได้แก่

๑       การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งได้มีการเรียนรู้ พูดคุย ทำแบบฝึกหัด ในหนังสือที่ได้คัดเลือกไว้

จากศูนย์การเรียนรู้  ครูผู้เชี่ยวชาญเฉพาะวิชา

๒     การเรียนรู้จากหนังสือตำรา สื่อต่างๆ  เอกสารต่างๆ รายการโทรทัศน์หรือจาก Internet

๓      การเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

๔      การเรียนรู้จากการพูดคุย ซักถาม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความเข้าใจในตนเอง การจัดการตนเอง การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้ชีวิต

กิจกรรมการเรียนรู้แบบมีตารางเรียนที่เกิดขึ้น เป็นดังนี้

๑.     การเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จากครูผู้เชี่ยวชาญและศูนย์การเรียนต่างๆ

๒.    การเรียนคณิตศาสตร์กับครูที่ศูนย์คุมองสัปดาห์ละ ๒  ครั้ง

๓.    การเรียน Piano กับครูผู้สอนและฝึกซ้อมด้วยตนเอง

๔.    การเรียนภาษาญี่ปุ่นกับครูผู้สอนและเรียนด้วยตนเอง

กิจกรรมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ภายนอก

๑       กิจกรรมการเป็นผู้สอนภาษาอังกฤษตามโรงเรียนต่าง ๆ ได้ฝึกฝนการเป็นผู้นำ การวางแผนการสอน  ออกแบบการสอน  ฝึกฝนการเป็นครู ความกล้าแสดงออก การแก้ปัญหา ทักษะในการสื่อสาร โน้มน้าวให้ผู้เรียนร่วมมือ

๒      ทัศนศึกษาที่ฮ่องกง ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนฮ่องกง การอยู่ร่วมกันของชนหลายเชื้อชาติ การประกอบอาชีพ  ความเจริญของบ้านเมือง  แหล่งการค้าและท่องเที่ยว

๓      ทัศนศึกษาที่สิงคโปร์  ScienceCenter  , JulongBirdPark   , NationalMuseum of Singapore

๔      พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณ  จ.สมุทรปราการ ได้ชมสถานที่จำลองของสถานที่โบราณ และสถานที่สำคัญต่างๆ การจำลองเรือนไทย ตลาดน้ำ  ประวัติของแต่ละสถานที่  ศัพท์ที่ใช้ในงานทางประวัติศาสตร์

๕      พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ  ได้ชมจินตนาการที่สามารถนำมาสร้างเป็นช้าง ๓ เศียร  งานจิตรกรรม ศิลปกรรม  โบราณวัตถุของสะสมต่างๆ

๖       วัดราชนัดดารามวรวิหาร   ชมโลหะปราสาทและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ

๗      นิทรรศน์รัตนโกสินทร์   ชมประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์  ๙ รัชกาล ความยิ่งใหญ่ของพระบรมมหาราชวัง พระราชพิธีต่างๆ   สถาปัตยกรรม  ศิลปวัฒนธรรม  การละเล่น มหรสพและประเพณีไทยโบราณ การใช้ชีวิตแบบชาววัง  อาหาร  ชุมชนโบราณในกรุงเทพฯ

๘      วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร ได้ชมงานจิตรกรรม ศิลปกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ พระมหาเจดีย์ ๔ รัชกาล พระพุทธไสยาสน์ ฤษีดัดตน

๙       วัดระฆังโฆสิตาราม   ชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง

๑๐    พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด   ชมเครื่องดนตรีไทย เรือนไทย หอเขียนและภาพลายรดน้ำโบราณ  โบราณวัตถุจากบ้านเชียงและสมัยอื่นๆ   ประวัติบิดาแห่งดนตรีสากลไทย   เครื่องถ้วยเญจรงค์

๑๑    พระที่นั่งอนันตสมาคมและงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่๕    ชมพระที่นั่งอนันตสมาคม  ผลงานศิลป์ชิ้นเอกจากโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา การสร้างงานของช่าง ๑๐ หมู่  ผ้าปักแบบโบราณต่างๆ

๑๒   สัปดาห์วิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ทำการทดลองและเรียนรู้จากการทดลองต่างๆ

๑๓   สวนสยาม ได้เห็นการประยุกต์ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์  มาสร้างของเล่นในรูปแบบต่างๆ

๑๔   งานย้อนอดีตเมืองภูเก็ต และงานไหว้พระจันทร์ ได้ชมเมืองภูเก็ต การแสดงและประเพณีต่างๆ อาหารภูเก็ต

๑๕   งานแดดร่ม ลมเย็น เดินเล่น ชมเมืองเก่าภูเก็ต ได้เรียนรู้ประวัติ เมืองภูเก็ต อาคารชิโนโปรตุกิส  พัฒนาการของชุดบาบ๋า ย่าหยา อาหารพื้นเมืองพิธีแต่งงาน

๑๖    หอศิลปกรรม กรุงเทพมหานคร  ได้ชมงานศิลปะของศิลปินไทยและต่างชาติ ระดับโลก

๑๗   การเข้าร่วมงานของบริษัทประกันชีวิต   ซึ่งได้บรรยายถึงการบริหารการเงิน  การออมเงินในรูปแบบต่างๆ   การทำประกันชีวิต    ดอกเบี้ยเงินฝาก

๓      การวัดและการประเมินผล

ในการวัดและประเมินผล  แม้ว่าครอบครัวต้องการที่จะประเมินเพียงผ่านหรือไม่ผ่าน  แต่ครอบครัวก็เข้าใจถึงความจำเป็นของการที่จะต้องมีการให้เกรดในแต่ละรายวิชา เพื่อนำไปสู่การหาเกรดเฉลี่ย เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนในช่วงต่างๆได้

เนื่องจากครอบครัวเลือกที่จะวัดและประเมินผลโดยพิจารณาจากหลักฐานประกอบ ที่ใช้แสดงถึงการเรียนรู้

ร่วมกับการสอบถาม พูดคุย  สัมภาษณ์ เพื่อประเมินการพัฒนาการเรียนรู้ ทักษะในการเรียนรู้ สติปัญญา การดำเนินชีวิต โดยไม่ใช้แบบทดสอบ  ซึ่งจะทำให้การวัดและประเมินผลเพื่อให้เกรดเป็นไปได้ยาก ครอบครัวจึงตั้งเกณฑ์ในการวัดและประเมินผลโดยใช้เกณฑ์ง่ายๆ ดังนี้ สำหรับสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม   คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการพัฒนา การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

ไม่ได้มีการเรียนรู้                =  0       =        ไม่ได้รับการจัดให้มีการเรียนรู้ในหัวข้อต่างๆตามที่กำหนดไว้

ตามสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้เลย

ควรปรับปรุง            =  ๑       =        มีการจัดให้มีการเรียนรู้น้อย หรือประเมินแล้วไม่มีการพัฒนา

หรือไม่เข้าลักษณะอันพึงประสงค์

ผ่านเกณฑ์การประเมิน    =  ๒       =        มีการจัดให้มีการเรียนรู้ตามที่ได้มีการกำหนด  หรือมีการพัฒนา

พอสมควร  หรือเข้าลักษณะอันพึงประสงค์พอสมควร

ดี            =  ๓       =          มีการจัดให้มีการเรียนรู้ตามที่กำหนด ดีหรือมีการพัฒนาที่ดี

หรือมีการเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองบ้าง  เข้าลักษณะอันพึง

ประสงค์ในระดับดี

ดีเยี่ยม          =  ๔      =         มีการจัดให้มีการเรียนรู้ตามที่กำหนด มีการเรียนรู้ด้วยตนเอง

และมีการประยุกต์หรือเชื่อมโยงมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ หรือ

มีการพัฒนาที่ดีเยี่ยม  หรือเข้าลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีเยี่ยม

สำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   ครอบครัวได้กำหนดกิจกรรมโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความรู้   ความสามารถทักษะ ค่านิยม คุณธรรม โดยใช้เกณฑ์ในการวัดและประเมินผลเพียงผ่านหรือไม่ผ่าน โดยดูจากการมีส่วนร่วม ความตั้งใจ และ คุณภาพของกิจกรรมที่เกิดขึ้น

การประเมินผลกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม

กลุ่มวิชา

ค่าน้ำหนัก

ระดับผลการเรียน

ภาษาไทยคณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์

สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

สุขศึกษาและพลศึกษา

ศิลปะ

การงานอาชีพและเทคโนโลยี

ภาษาต่างประเทศ

คณิตศาสตร์คุมอง

วิทยาศาสตร์เสริม

คณิตศาสตร์เสริม

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

                  ๓

 ๔

๓.๕

ผ่าน

 การประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรม

ผลการประเมิน

ผลการแก้ไข

ผ่าน

ไม่ผ่าน

การสอนภาษาอังกฤษ

การเรียนภาษาญี่ปุ่น

การเรียนกีตาร์

/

/

/

 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ลำดับ

รายการคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ผลการประเมิน

ผลการปรับปรุง

ดีเยี่ยม

ดี

ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ควรปรับปรุง

 

รักชาติ  ศาสน์  กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต

มีวินัย

ใฝ่เรียนรู้

อยู่อย่างพอเพียง

มุ่งมั่นในการทำงาน

รักความเป็นไทย

มีจิตสาธารณะ

/

/

/

/

/

/

/

/

 

 การประเมินการพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

รายการคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ผลการประเมิน

ผลการปรับปรุง

ดีเยี่ยม

ดี

ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ควรปรับปรุง

 

การอ่าน

การคิดวิเคราะห์

การเขียน

       //

/

๔      สรุปผลการประเมินพัฒนาการของผู้เรียน

 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม

น.ส.  ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆที่หลากหลายดังนี้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

หัวข้อการเรียนรู้

-  การใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน

-  การใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร  เขียนเรียงความ  ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ  การเขียนรายงานข้อมูล  สารสนเทศและการรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

-  การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และการพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมี

วิจารณญาณ และสร้างสรรค์

-  จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย  วิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซ้อน วิเคราะห์ระดับภาษา คำทับศัพท์และศัพท์บัญญัติ    คำศัพท์ทางวิชาการและวิชาชีพ

-  ความเข้าใจและการแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง*

กระบวนการ

-    การเรียนรู้จากหนังสือ

-   วรรณคดีวิจักษ์  วิวิธภาษา  ของกระทรวงศึกษาธิการ

-     ภาษาไทยของพรทิพย์ ศิริสมบูรณ์เวชและคณะ

-     รวมนิทานพื้นบ้านประจำจังหวัดภาคใต้ โดยเอกรัตน์ อุดมพร

-    นิทานพื้นบ้านภาคใต้ โดย ประพนธ์ เรืองณรงค์

-     นิทาน ๔ ภาค ภาคใต้ โดย สัณห์ ภาวิต

-     การเรียนรู้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน  การเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ต่างๆ   สื่อต่างๆ  บุคคลต่างๆ  การจดบันทึก  การอ่านหนังสือ  การสรุป วิเคราะห์ วิจารณ์   กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  การเรียนรู้ภาษาไทยร่วมในการเรียนรู้สาระการเรียนรู้อื่นๆ  การเรียนรู้แบบบูรณาการ  การอ่านวรรณคดี วรรณกรรม

-     รายการโทรทัศน์ เช่น รายการเก่งภาษาไทย   คุณพระช่วย  วิกสยาม  พินิจนคร

ผลการเรียนรู้

-  มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มสาระภาษาไทยตามกรอบสาระ  สามารถบรรลุตัวชี้วัดของสาระ

การเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้

-  สามารถอ่าน เขียน ฟัง ดู  พูด   ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย เพื่อการสื่อสาร การคิด การเรียนรู้อย่างมี

ประสิทธิภาพ

-    เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดี  วรรณกรรม และนิทานพื้นบ้าน    สามารถนำข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน

ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

-  ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย

- มีการเขียนบันทึกมากขึ้น

- มีการสรุป เรียบเรียง คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์  เขียนอย่างเป็นระบบได้ดี

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

หัวข้อการเรียนรู้

-  การวัด  :   ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่  พื้นที่ผิว และปริมาตร และการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ต่าง  ๆ

-  เรขาคณิต  :  การนึกภาพ   เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ   และแบบจำลองทางเรขาคณิต   และการแก้ปัญหา

-  พีชคณิต  :  นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์อื่น ๆ    แทนสถานการณ์ต่าง ๆ และ

การแปลความหมายและ นำไปใช้แก้ปัญหา

-  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น  :   เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล  ใช้วิธีการทางสถิติ และความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล

-  ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์  :   มีความสามารถในการแก้ปัญหา  การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ  และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

กระบวนการ

- การเรียนรู้คณิตศาสตร์ในการใช้ชีวิตประจำวัน   การทำโครงงานหรือการเรียนแบบบูรณาการร่วมกับสาระการ

เรียนรู้อื่นๆ   รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ  บุคคล

-   เรียนรู้ผ่านหนังสือ

- คณิตศาสตร์ ม ๓ ของ ผศ. มาลินท์ อิทธิรส และคณะ

- แบบฝึกหัด ของ ศูนย์คุมอง

- หนังสือและแบบฝึกหัดของ

-   ครอบครัวได้ให้ความสำคัญกับการเรียนคณิตศาสตร์  โดยได้จัดให้มีการเรียนคณิตศาสตร์ดังนี้

คณิตศาสตร์หลักโดยครูวิชาคณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์คุมอง

คณิตศาสตร์เสริม  เป็นการเรียนที่ศูนย์

-   การเรียนรู้เนื้อหาของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ในปีนี้ ได้เรียนด้วยตัวเองร่วมกับการเรียนกับครูและศูนย์คุมอง ซึ่งการ เรียนกับครู ได้เรียนรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษา  การเรียนกับศูนย์คุมองได้เรียนตามหลักสูตรซึ่งสามารถเรียนได้เกินชั้นเรียน(ม.๓)  และสำหรับคณิตศาสตร์เสริม  เป็นการเรียนกับศูนย์ต่างๆ นั้น เพื่อ

ผลการเรียนรู้

-   มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ตามกรอบสาระ  สามารถบรรลุตัวชี้วัดของสาระการเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้

-  สามารถฝึกคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ  มีแบบแผนได้ดีขึ้น

-  มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย

การให้เหตุผล สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์

-  ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

หัวข้อการเรียนรู้

-  สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต  :  โครโมโซมที่มีหน่วยพันธุกรรมหรือยีนในนิวเคลียส  สารพันธุกรรมหรือ  ดีเอ็นเอ และกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม    โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซม    ความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล  ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีผลต่อมนุษย์  สัตว์  พืช และสิ่งแวดล้อม  ผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

- ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม   :   สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น   ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต     ความสัมพันธ์  ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ   ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลก  การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

-  แรงและการเคลื่อนที่  :   แรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ การเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติ

-   พลังงาน   :   ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและ พลังงาน  ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

-  ดาราศาสตร์และอวกาศ :  ระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก  เทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร

-  ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  :  การใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบ  เสาะหา   ความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ   เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี  สังคม และสิ่งแวดล้อม  มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

กระบวนการ

-  การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในการใช้ชีวิตประจำวัน  รวมถึงการเรียนรู้ผ่านหน่วยงาน  สื่อต่างๆ   อินเตอร์เน็ต

บุคคลต่างๆ

-  รายการโทรทัศน์ เช่น   Sponge ฉลาดสุดๆ   I-science  สารคดีต่างๆ ของ TPBS

-  การเรียนรู้ผ่านหนังสือ

- วิทยาศาสตร์ ภาคคำนวณ ม.ต้น โดย รศ.พันธ์ ทองชุมนุม

- วิทยาศาสตร์ ภาคชีววิทยา โดย รศ. ปรีชา   สุวรรณพินิจและคณะ

- วิทยาศาสตร์ ภาคเคมี โดย รศ.ดร.สมพงศ์ จันทร์โพธิ์ศรี

- วิทยาศาสตร์ ม.๑-๓ และ O-NET โดย  เสียง เชษฐศิริพงษ์

-  วิทยาศาสตร์  ม ๓ โดย ประดับ นาคแก้ว และ ดาวัลย์ เสริมบุญสุข

- หนังสือวิทยาศาสตร์ เรื่อง ร่างกายของเราและชีวิตสัตว์ และสารและการเปลี่ยนแปลง โดย ศรีลักษณ์

ผลวัฒนะ

-  ครอบครัวได้ให้ความสำคัญกับการเรียนวิทยาศาสตร์โดยจัดให้มีการเรียนวิทยาศาสต์ดังนี้

วิทยาศาสตร์หลักโดยครูผู้เชี่ยวชาญวิชาวิทยาศาสตร์   ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ

การศึกษาด้วยตนเอง

วิทยาศาสตร์เสริม  เป็นการเรียนกับติวเตอร์ที่เปิดสอนวิทยาศาสตร์ตามศูนย์ต่างๆ  ซึ่งแม้ว่าการสอนในรูปแบบดังกล่าวจะเป็นการสอนที่เน้นในการติวเป็นเรื่องๆ โดยอาจจะไม่ได้รับการสอนดังเช่นการเรียนในระบบ  แต่การเรียนในระบบนี้ก็ได้รับการยอมรับในการทำให้ผู้เรียนเข้าใจ  ตรงประเด็น สนุกสนาน เข้าใจผู้เรียน และทำให้สามารถจำหรือเข้าใจเนื้อหา วิธีคิดได้มากขึ้น

ผลการเรียนรู้

-   มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ตามกรอบสาระ สามารถบรรลุตัวชี้วัดของสาระ

การเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้ อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์

-    สามารถฝึกคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ  มีแบบแผนดีขึ้น

-    มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย

การตั้งคำถาม การสังเกต การเลือกอุปกรณ์ การตรวจสอบที่ถูกต้อง การบันทึก การให้เหตุผล การอธิบายและ

นำเสนอ  การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางวิทยาศาสตร์

-    ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา    ศาสนาและวัฒนธรรม

หัวข้อการเรียนรู้

-  ประวัติ ความสำคัญ ศาสดาและ หลักธรรมของพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น การปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี

-  การเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรม*

-  ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน  การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

-   การบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า  หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ

-   ระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ  ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

-   ความหมาย  ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์  สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ

-   พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน  ในด้านความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง

-   ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม  ภูมิปัญญาไทย   มีความรัก  ความภูมิใจและธำรงความเป็นไทย : สมัยรัตนโกสินทร์

-   ลักษณะของโลกทางกายภาพ  และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกันในระบบของธรรมชาติ  การใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

-   ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม  มีจิตสำนึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์   ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม  เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

กระบวนการ

-  การเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนา และวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน  รวมถึงการเรียนรู้ผ่านสังคม  แหล่งเรียนรู้ต่างๆ    หน่วยงาน สื่อต่างๆ  อินเตอร์เน็ต  บุคคลต่างๆ   กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  การทัศนศึกษาวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ   งานย้อนอดีตเมืองภูเก็ต     การสรุปความจากหนังสือที่อ่าน เกี่ยวกับความรู้ในทางศาสนา  การเข้าร่วมและช่วยงานอบรมธรรมะ

-  รายการโทรทัศน์เช่น  ครอบครัวเดียวกัน  พินิจนคร  ประวัติศาสตร์ชาติไทย   เป็น อยู่ คือ     วิกสยาม

ไทยโชว์  หนังพาไป  คุณพระช่วย  ล้อเล่นโลก  คนค้นคน ฉันรักเมืองไทย  ปราชญ์เดินดิน

-  การเรียนรู้ผ่านหนังสือ

- สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ม.๓ โดย ดร.กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ

- ประวัติศาสตร์ ม.๓ โดย ณรงค์ พ่วงพิศ และคณะ

-  พระพุทธศาสนา ม.๓ โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และพระมหาอมรวิชญ์ ชาครเมธี

ผลการเรียนรู้

-   มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมตามกรอบ

สาระ    สามารถบรรลุตัวชี้วัดของสาระการเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้

-   มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  รักในความเป็นไทย

-   ซื่อสัตย์ สุจริต  มีวินัย  ใฝ่เรียนรู้

-   ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

-   เข้าใจสิ่งทีเกิดขึ้นในสังคม  สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  ปลอดภัย  มีความเมตตา กรุณา มี

สุขภาพจิตที่ดี   มีความประพฤติที่ดี รู้ถูก รู้ผิด  มีจิตสาธารณะ

-   เข้าใจคุณค่าของเงิน และการใช้ชีวิตภายใต้วิธีคิดตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

หัวข้อการเรียนรู้

-  ธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

-  คุณค่าของตนเอง  ครอบครัว  เพศศึกษา  และทักษะในการดำเนินชีวิต*

-  ทักษะในการเคลื่อนไหว  กิจกรรมทางกาย  การเล่นเกม  และกีฬา  รักการออกกำลังกาย  การเล่นเกม  และการ เล่นกีฬา   ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ   มีวินัย  เคารพสิทธิ  กฎ  กติกา มีน้ำใจนักกีฬา  มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน  และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา

-  คุณค่าและทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ  การดำรงสุขภาพ  การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ

-  การป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง  พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ  อุบัติเหตุ  การใช้ยา  สารเสพติด     และความรุนแรง

กระบวนการ

-    การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน  การเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้

ต่างๆ   หน่วยงาน สื่อต่างๆ  อินเตอร์เน็ต  บุคคลต่างๆ   กิจกรรมพัฒนา

-   เรียนรู้ผ่านหนังสือสุขศึกษา ม.๓   โดย รศ. ดร. เรณุมาศ มาอุ่น และอาจารย์ อุทัย สงวนพงศ์ และ

พลศึกษา ๓ โดย ปรีชา ไวยโภคา

-   เรียนรู้จากการปฏิบัติ  การออกกำลังกายเช่น การว่ายน้ำ การตีแบดมินตัน การเต้นออกกำลังกาย  การทำโยคะ  การดูแลตนเองและครอบครัว งานบ้าน

-    รายการโทรทัศน์เช่น    Sponge  สารคดีต่างๆ   ครอบครัวเดียวกัน

ผลการเรียนรู้

-     มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาตามกรอบสาระ   สามารถ

บรรลุ ตัวชี้วัดของสาระการเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้

-    ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

-    มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง  มีเจตคติ   คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม   รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพ

จนเป็นกิจนิสัย  มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สุขภาพจิตดี

-    มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตที่เหมาะสม

-    สุขภาพดี   ควบคุมอารมณ์ได้ดี

-   เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย  เมื่อเข้าวัยรุ่นและแต่ละช่วงวัย

-   เห็นคุณค่าของตนเอง สังคมและครอบครัว

-   รับรู้ปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง ต่อสุขภาพ อุบัติเหตุและการตั้งครรถ์

-   รู้โทษของการใช้ยาสารเสพติดและความรุนแรง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

หัวข้อการเรียนรู้

-  สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์   วิจารณ์ คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

-  ความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล*

-  การแสดงออกทางดนตรีและนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์  วิจารณ์คุณค่าดนตรีถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

กระบวนการ

-  การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะในชีวิตประจำวัน  รวมถึงการเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้  หน่วยงาน สื่อต่างๆ

อินเตอร์เน็ต  บุคคลต่างๆ   กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  การทัศนศึกษาวัด พิพิธภัณฑ์   การทัศนศึกษาที่ฮ่องกง  สิงคโปร์     นิทรรศน์รัตนโกสินทร์   ผลงานศิลป์ชิ้นเอกจากโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา  การสร้างงานของช่าง ๑๐ หมู่  ผ้าปักแบบ    โบราณต่างๆ  งานย้อนอดีตเมืองภูเก็ต และงานไหว้พระจันทร์  งานแดดร่ม  ลมเย็น เดินเล่น ชมเมืองเก่าภูเก็ต

-  รายการโทรทัศน์ เช่น สอนศิลป์  ไทยโชว์  สารคดีต่างๆ หนังพาไป คุณพระช่วย ทอลค์โชว์  ภาพยนตร์คนโขน

-   เรียนรู้ผ่านหนังสือ

- ศิลปะ ม.๒ ของบริษัท สำนักพิมพ์แม็คจำกัด

- มนุษย์ต่างดาว ถวัลย์ ดัชนี โดย ไมตรี ลิมปิชาติ

- พิศเพลิน อัลบั้มภาพและอมตธรรมแห่งสองศรีพระศาสนา

- หนังสือเมืองโบราณ  หนังสือพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ คู่มือนำเที่ยววัดโพธิ์

-  ฝึกสร้างงานศิลปะ ถ่ายทอดงานศิลปะตามจินตนาการในรูปแบบต่าง  การเรียนรู้ในรูปแบบของการบูรณาการร่วมกับสาระการเรียนรู้อื่นๆ

-  การเรียนเปียโน กีตาร์  การร้องเพลง  การร่วมแสดงโชว์เปียโนและร้องเพลง

-  ด.ญ.ได้เรียนรู้ งานทัศนศิลป์ ผ่านการอ่านหนังสือ การทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆ และการบูรณาการร่วมกับสาระการเรียนรู้อื่นๆ ผ่านชิ้นงานต่างๆ  อย่างมีความสุขและชื่นชมงานทัศนศิลป์นั้นๆ ได้เรียนรู้งานดนตรี ผ่านการเล่นดนตรี     ร้องเพลง  ซึ่งได้ร่วมแสดงโชว์การเล่นเปียโนและการร้องเพลงด้วย  สำหรับงานนาฏศิลป์  ได้เรียนรู้ผ่านการแสดงที่ได้ชมในงานต่างๆ และ รายการโทรทัศน์ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าเรียนนาฏศิลป์โดยตรง

ผลการเรียนรู้

-  มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะตามกรอบสาระสามารถบรรลุตัวชี้วัดของสาระการเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้

-  ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

-  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้  มีจินตนาการทางศิลปะ  ชื่นชมความงามของงานทัศนศิลป์ ดนตรีและนาฏศิลป์ไทยและสากล  มีสุนทรียภาพ  มีความสามารถในการสื่อสาร  การคิด การแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี

-  มีความเชื่อมั่นในตนเอง  มีความกล้าแสดงออกทั้งในการแสดงเปียโนและการร้องเพลง

-  มีความสามารถในการถ่ายทอดงาน ศิลปะตามจินตนาการ โดยได้แสดงออกมาในชิ้นงานต่างๆ

-  รักความเป็นไทย  เห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทัศนศิลป์ ดนตรีและนาฏศิลป์ไทย    เห็นคุณค่าของทัศนศิลป์ ดนตรี   นาฏศิลป์ ในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพและเทคโนโลยี

หัวข้อการเรียนรู้

- การทำงาน  มีความคิดสร้างสรรค์  มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา  ทักษะ การทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหา ความรู้  มีคุณธรรม  และลักษณะนิสัยในการทำงาน  มีจิตสำนึกในการใช้ พลังงาน  ทรัพยากร  และสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว

-  เทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี  ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยี อย่างมีความคิดสร้างสรรค์  เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต   สังคม  สิ่งแวดล้อม  และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

-  การใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล  การเรียนรู้การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงาน และ  อาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล   และมีคุณธรรม

-  ทักษะที่จำเป็น  แนวทางในงานอาชีพ  ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพมีคุณธรรม  และมี เจตคติที่ดีต่ออาชีพ

การช่วยเหลือตนเอง  ครอบครัว และชุมชน

-  การทำงานและเลือกใช้เทคโนโลยี ได้เหมาะสมกับงาน

-  ความรับผิดชอบ ขยัน    ซื่อสัตย์ในการทำงาน     เห็นคุณค่าและความสำคัญของงานและอาชีพที่สุจริต

-  สามารถคิด ออกแบบ สร้าง  ดัดแปลงสิ่งของ เครื่องใช้ ในชีวิตประจำวันที่ง่าย ๆ

-  มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นหาความรู้ สืบค้น ติดต่อสื่อสาร

กระบวนการ

-  เนื่องจาก ด.ญ.  ได้ผ่านการเรียนงานเกษตร และ คอมพิวเตอร์มาแล้ว จากการเรียนในระบบโรงเรียน

มัธยมศึกษาปีที่ ๑  และได้เรียนบางส่วนของงานบ้านและงานธุรกิจ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒  ดังนั้น ครอบครัว

จึงเลือกที่จะเรียนงานบ้านและงานธุรกิจ ต่อในปีการศึกษานี้  โดยจะเรียนรู้ งานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ  ด้วย

-  การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีในการใช้ชีวิตประจำวัน  รวมถึงการเรียนรู้ผ่าน

แหล่งเรียนรู้ต่างๆ   หน่วยงาน สื่อต่างๆ  บุคคลต่างๆ  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  งานบ้าน  การใช้คอมพิวเตอร์   อินเตอร์เน็ต

การเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับสาระการเรียนรู้อื่นๆ

-  รายการโทรทัศน์ เช่น ปราชญ์เดินดิน   แชมป์เฉือนแชมป์   Iron chef    กบนอกกะลา

-     เรียนรู้จากการพูดคุยเรื่องชีวิต การงาน

-     เรียนรู้จากหนังสือ

- งานธุรกิจ ๑-๓ ของ สำนักพิมพ์ เอมพันธ์ จำกัด

- งานบ้าน ของ บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชจำกัด

- หนังสือ บริหารคนให้สำราญ บริหารงานให้สำเร็จ โดย ท่านว.วชิรเมธี

-  เรียนรู้จากกิจกรรมการทัศนศึกษาที่ฮ่องกง  สิงคโปร์  นิทรรศน์รัตนโกสินทร์   ผลงานศิลป์ชิ้นเอกจากโรงฝึกศิลปาชีพ

สวนจิตรลดา การสร้างงานของช่าง ๑๐ หมู่  งานแดดร่ม ลมเย็น เดินเล่น ชมเมืองเก่าภูเก็ต  การเข้าร่วมงานของบริษัท

ประกันชีวิต  การเป็นผู้สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนต่างๆ

ผลการเรียนรู้

-  มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของกลุ่มกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีตามกรอบสาระ  สามารถบรรลุตัวชี้วัดของสาระการเรียนรู้ได้  และสามารถนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้

-  ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อกลุ่มกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

-  มีมุมมองที่กว้างต่ออาชีพต่างๆ และช่วยในการตัดสินใจในชีวิตอนาคต  ทำให้สามารถตั้งเป้าหมายในชีวิตเกี่ยวกับอาชีพในอนาคตได้ว่า ต้องการจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการศึกษา

-  มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นหาความรู้ สืบค้น ติดต่อสื่อสาร และสามารถนำมาใช้ในการทำชิ้นงานต่างๆ ได้ เช่น อาหารปลอดภัย

-  มีความสามารถในการดูแลและช่วยเหลือตนเองมากขึ้น  มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตมากขึ้น  มีความสามารถในการแก้ปัญหา   มีความรับผิดชอบ รู้จักคุณค่าของงานและการทำงาน  มุ่งมั่นในการทำงาน มีความขยัน ซื่อสัตย์

-  มีความรับผิดชอบมากขึ้น  ช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้ดีขึ้น

-  สามารถคิดออกแบบ สร้าง  ดัดแปลงสิ่งของ เครื่องใช้ ในชีวิตประจำวันที่ง่าย ๆ

-  ได้เรียนรู้กระบวนการการทำงาน  สามารถเป็นผู้สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนต่างๆ ได้ โดยมีสอนร่วมในการวาง

แผนการสอน การออกแบบการสอน การแก้ปัญหาต่างๆ

-  ประหยัด  อดทน  ใฝ่เรียนรู้  มีวินัย

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

หัวข้อการเรียนรู้

-   การเข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น  อย่างมีเหตุผล   มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่าง มีประสิทธิภาพ   การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร  ความคิดรวบยอด  และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน

-  ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรม*

-  การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนาแสวงหาความรู้  และเปิดโลกทัศน์ของตน*

-  การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม และใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก

กระบวนการ

-   การจัดการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน    โดยจัดให้มีการเรียนรู้

ภาษาต่างประเทศผ่านกิจกรรมต่างๆ   รวมถึงการเรียนรู้ผ่านหน่วยงาน  สื่อต่างๆ  อินเตอร์เน็ต  บุคคลต่างๆ

การทัศนศึกษาต่างประเทศเช่น  ฮ่องกง  สิงโปร์

-   รายการโทรทัศน์ เช่น   Chris delivery   English breakfast  สารคดีต่างๆ   ภาพยนตร์    เพลง

-   เรียนรู้ผ่านหนังสือและการฝึกฝน ปฏิบัติ เช่น   Daily language review  , Writing skill   ครู  การทำโครงงานหรือการเรียนรู้แบบบูรณาการเช่น  อาหารปลอดภัย  การเรียนรู้สาระการเรียนรู้อื่นๆ ผ่านภาษาอังกฤษ  โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ผลการเรียนรู้

-  เข้าใจภาษา ท่าทาง ประโยคคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ ตลอดจนออกเสียงคำ กลุ่มคำและประโยคได้ถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง

-  เข้าใจประโยคข้อความที่ฟังหรืออ่าน โดยสามารถถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์และถ่ายโอนข้อมูลจาก

ภาพหรือสัญลักษณ์เป็นคำและประโยคได้

-  สามารถใช้ภาษาเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับบุคคล   เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

-  สามารถใช้ภาษาแสดงความต้องการของตนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่มีอยู่ใกล้ตัวได้

-  รู้จักขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลองในวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

-  เข้าใจรูปแบบ พฤติกรรมและการใช้ถ้อยคำ สำนวนในการติดต่อปฏิสัมพันธ์ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

-  ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ

-  เนื่องจากด.ญ. มีทักษะทางภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก  การเรียนรู้ในปีนี้จึงเน้นไปที่การเพิ่มสามารถ

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการที่อาจจะต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศหรือในหลักสูตร International programme    ซึ่ง ด.ญ. สามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

จากเดิมที่ได้มีการวางแผนที่จะทำการบันทึกเสียงการอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอด  แต่เนื่องจากเวลาที่มีอยู่จำกัด จึงทำให้ต้องเลือกที่จะเปลี่ยนกิจกรรมเป็นกิจกรรมการเป็นผู้สอนภาษาอังกฤษตามโรงเรียนต่าง ๆ  ร่วมกับเพื่อนๆ ที่เรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน  กิจกรรมนี้ได้ฝึกฝนการเป็นผู้นำ การวางแผนการสอน  ออกแบบการสอน  ฝึกฝนการเป็นครู ความกล้าแสดงออก การแก้ปัญหา ทักษะในการสื่อสาร โน้มน้าวให้ผู้เรียนร่วมมือ และทำให้ ด.ญ.มีความภูมิใจและ ดีใจที่ได้ร่วมในกิจกรรมนี้

การเรียนภาษาญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ด.ญ.ชื่นชอบ โดยได้เรียนอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว สามารถที่จะพูดคุย โต้ตอบ เขียนและฟังภาษาญี่ปุ่นง่ายๆได้

การเรียนกีตาร์ ได้เริ่มเรียนปีนี้ โดยเรียนกีตาร์คลาสสิค สามารถเล่นได้ตามที่ได้เรียนมา ยังไม่มีความชำนาญมากนัก

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

พบว่าด.ญ.มีความประพฤติที่เข้าได้กับเกณฑ์การประเมิน ดีเยี่ยม ดังมีรายละเอียดดังนี้

๑.    รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

ด.ญ. มีความเป็นพลเมืองดีของชาติ  ศรัทธา ยึดมั่นในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

๒. ซื่อสัตย์ สุจริต

ด.ญ. ยึดมั่นในความถูกต้อง ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งกาย วาจา ใจ

๓. มีวินัย

ด.ญ. ยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม

๔. ใฝ่เรียนรู้

ด.ญ. มีความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้

๕. อยู่อย่างพอเพียง

ด.ญ.ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และปรับตัวเพื่อ

อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

๕.    มุ่งมั่นในการทำงาน

ด.ญ. มีความตั้งใจและรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย

๗. รักความเป็นไทย

ด.ญ. มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์ สืบทอดภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ

และวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

๖.     มีจิตสาธารณะ

ด.ญ. มีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจกระตือรือร้น โดยไม่หวังผลตอบแทน

 การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนซึ่งเป็นการประเมินศักยภาพในด้านการอ่านหนังสือ เอกสารและสื่อต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว  แล้วนำมาสรุปเป็นความรู้ ความเข้าใจของตน  ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ แล้วนำไปสู่การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ และแสดงความคิดเห็น ในเรื่องต่างๆ และความสามารถในการถ่ายทอดความคิดเหล่านั้นด้วยการเขียนสื่อความ  โดยประเมินดังนี้

ไม่ผ่าน                 หากอ่านได้ไม่คล่อง สรุปใจความไม่ได้ เสนอความคิดเห็นไม่ถูกต้อง เรื่องที่เขียนอ่านไม่เข้าใจ

ผ่าน                     หากอ่านได้ถูกต้อง  สรุปใจความได้แต่ไม่ครอบคลุม แสดงความคิดเห็นได้บ้าง เขียนสื่อความได้

ดี                          หากอ่านได้คล่อง  สรุปใจความได้ถูกต้อง  เสนอความเห็นได้ถูกต้อง  เขียนสื่อความได้ถูกต้อง

ดีเยี่ยม                หากอ่านได้คล่องแคล่ว สรุปใจความได้ถูกต้องครบประเด็น  เสนอความเห็นได้ถูกต้องคล่องแคล่ว  เขียนสื่อความได้ถูกต้องชัดเจน

ครอบครัวได้ประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์  และเขียน ของ ด.ญ. อยู่ในเกณฑ์  ดีเยี่ยม

โดยพิจารณาได้จากร่องรอยการเรียนรู้ต่างๆ ที่ได้มีการรวบรวมไว้  อีกทั้งในปีนี้  ด.ญ.ชมชนกได้ให้ความร่วมมือ

เป็นอย่างดีในการจดบันทึกต่างๆ  ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน

 ๕. จุดเด่น/ความสำเร็จที่สำคัญของการจัดการศึกษา

     ๑   ด.ญ. สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจหรือกำลังทำอยู่ได้ต่อเนื่อง ไม่มีความกังวลเรื่องเวลาของคาบเรียน

     ๒  ด.ญ. สามารถเรียนได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา โดยไม่มีวันหยุด กลางวันกลางคืน สามารถเรียนได้จากสื่อ

           ทุกประเภท  จากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

๓  ด.ญ. มีความผูกพันธ์กับครอบครัวมากขึ้น ได้ใช้เวลากับครอบครัว ช่วยเหลือครอบครัวในด้านต่างๆ

๔  ด.ญ. รับผิดชอบตนเองและมีระเบียบวินัยมากขึ้น สามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเรียนด้วยตนเองได้ดี

๕  ด.ญ. มีเวลาในการไปทัศนศึกษาหรือทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับครอบครัวมากขึ้น   โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาเรียนว่า จะเพียงพอหรือไม่

๖   ด.ญ.  สามารถเลือกที่จะเรียนหรือศึกษาเพิ่มในเรื่องที่สนใจ   โดยไม่ต้องกังวลว่าอยู่ในเนื้อหาที่จะต้องเรียนหรือไม่มีเวลาหรือไม่

๗     สามารถทำให้ด.ญ. บรรลุคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะสำคัญได้

๘      การที่สามารถปรับหรือยืดหยุ่นจุดเน้นของสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ได้ ทำให้สามารถจัดเนื้อหาการเรียนให้เหมาะสมกับเหตุการณ์  ความสนใจ ความต้องการในขณะนั้นได้

๙       ด.ญ.สามารถมีความคิดของตนเองในการเลือกอาชีพในอนาคตที่ต้องการ(อาชีพผู้ให้คำปรึกษาทางด้าน

การศึกษา)โดยไม่ต้องมีการชี้นำจากครอบครัวหรือเพื่อน  ซึ่งทำให้สามารถที่จะวางแผนในการศึกษาที่เฉพาะด้านมากขึ้น และมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนขึ้น

๖   ปัญหา อุปสรรคหรือสิ่งที่ควรพัฒนา

ด้านผู้เรียน

๑       มีโอกาสที่จะไม่ได้รับการพัฒนาในบางเรื่องที่ทางโรงเรียนจัดหรือเข้าร่วม และเป็นกิจกรรมที่ไม่มีการประชาสัมพันธ์   หรือไม่สามารถจัดขึ้นเองได้ ในระบบการศึกษาโดยครอบครัวแบบครอบครัวเดียว

๒     มีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาทักษะความสามารถด้านสังคม การแก้ปัญหา ทักษะชีวิตน้อย หากครอบครัวไม่พยายามจัดให้มีโอกาสพบกับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน

 ด้านครอบครัว

๑       แม้ว่าครอบครัวสามารถจัดการศึกษาโดยครอบครัวได้ดีขึ้น  สามารถทำตามกรอบการเรียนรู้ที่วางแผนไว้ได้ แต่ยังมี บางส่วนที่ยังไม่สามารถทำได้ เช่น  การบันทึกหลังการทัศนศึกษาหรือการมีกิจกรรมใดๆ ทุกครั้ง  การทำโครงงานบางเรื่องที่วางแผนว่าจะทำ เช่นการทดลองการปลูกพืชด้วยน้ำปกติและน้ำที่ผ่านไมโครเวฟ

๒     ครอบครัวมีความรู้หรือทักษะที่จำกัดในการจะสอนทุกวิชา ครอบครัวจึงได้ติดต่อคุณครู เพื่อมาช่วยสอนในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

๓      ในบางช่วงเวลา  ครอบครัวอาจจะยุ่งกับงานหรือมีเวลาว่างน้อย ในการที่จะมาดูแลหรือสอนใกล้ชิด

๔      ครอบครัวมีการจดบันทึกน้อย

๗      แนวทางการจัดการเรียนรู้ในปีหน้า

ครอบครัวเห็นว่าแนวทางในการจัดการศึกษาในปีที่ผ่านมามีความเหมาะสม  ครอบครัวมีประสบการณ์มากขึ้น  มีแนวทางและความคิดของตนเองในการจัดการศึกษาที่ชัดเจนขึ้น   ด.ญ. สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเรียนได้ดี

แนวทางที่จะปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ในปีหน้า

๑  จัดให้มีการบันทึกมากขึ้น  มีการทำโครงงานมากขึ้น มีการบูรณาการการเรียนรู้มากขึ้น

๒ จัดให้มีการเรียนรู้จากชุมชนหรือการเข้าร่วมกับสังคมมากขึ้น

๘  ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะอื่นๆ  ไม่มี

ขอบคุณข้อมูลจาก https://sites.google.com/site/chatreesamran/-doc-5

โดย คุณsuppakrit samranchaiyakorn

 

ดาวน์โหลดเอกสารคลิกที่นี่ค่ะ >> รายงานผลการประเมินผลการวัดและประเมินการเรียนรู้

 

Post by: แม่น้องปัญปัน (homeschool2u) โฮมสคูล-ทู-ยู

Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

Next Entries »

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: