“เครือข่ายโรงเรียนไทยไท” การรวมพลังของกลุ่มโรงเรียนการศึกษาทางเลือก เพื่อสร้างสรรค์กระบวนการ เรียนรู้ สู่ศักยภาพทางการศึกษาที่แท้แก่สังคมไทย

Posted on 10/10/2012. Filed under: 04. วารสาร/บทความ | ป้ายกำกับ:, , , , , , , |


   เจตนารมณ์ที่ประสงค์จะให้คนไทยมีสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาระบุเอาไว้  อย่างชัดเจน ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ทั้งยังได้เพิ่มเติมให้มีความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 อันนำไปสู่การ ปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเปรียบเสมือนคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงระลอกใหญ่ที่เพิ่งผ่านไป

หากคลื่นของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรกที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2540 คือ คลื่นของการเปลี่ยนแปลงระลอกใหญ่ที่เพิ่งผ่านไป รัฐธรรมนูญปี 2550 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็คือ ต้นกำเนิดของคลื่นระลอกที่สองที่เกิดขึ้นติดตามมาจากระลอกแรก และที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง คือ การที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการกล่าวถึง “การศึกษาทางเลือกของประชาชน” เพิ่มขึ้นมาด้วย

เจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552–2561) ยังคงมุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและจัดการศึกษา ส่วนจะบังเกิดผลดีเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยหลายประการ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเชื่อที่แต่ละคนมีต่อการศึกษาอันนำไปสู่วิธีการและเป้าหมายปลายทางในการสร้างคนตามปรัชญาการศึกษาที่ตนเชื่อซึ่งการเปิดโอกาสให้กับความแตกต่างหลากหลายของวิถีทางในการจัดการศึกษาจากรัฐนี่เอง คือขุมพลังที่จะมาช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างที่เรามุ่งหวัง

การศึกษาทางเลือกไม่ใช่แฟชั่นทางการศึกษา

ยุทธชัย เฉลิมชัย อดีตผู้จัดการศึกษาแนวบ้านเรียน (HomeSchool) ให้กับลูกชายทั้ง 2 คน และนายกสมาคมบ้านเรียนไทยคนปัจจุบัน ได้สรุปไว้ในรายงานการศึกษาวิจัยการศึกษาทางเลือกเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ (2553) ว่า นวัตกรรมหรือคุณลักษณะที่บอกถึงการเป็นสถานศึกษาทางเลือก คือ

  • ให้คุณค่าต่อความเป็นมนุษย์และความหลากหลายเพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีอิสระทางปัญญา มีความสุขและมีความคิดสร้างสรรค์สามารถประสบความสำเร็จได้ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพของแต่ละคน
  • การเรียนการสอนที่ครอบคลุมองค์รวมความเป็นทั้งหมดของชีวิต สร้างสมดุลทั้งทางด้านวิชาการ และวิถีชีวิต ความรู้และคุณธรรม ผสานภูมิปัญญาตะวันตกและตะวันออก ความเป็นสากลและความเป็นไทย
  • พัฒนาหลักสูตรตามแนวปรัชญาการศึกษาใหม่ เช่น วอลดอร์ฟ มอนเตสเซอร์รี่ นีโอฮิวแมนนิส คอนสตรักชั่นนิสซึ่ม วิถีพุทธ ฯลฯ
  • เน้นการเรียนวิธีการเรียนรู้มากกว่าตัวความรู้ให้ผู้เรียน สามารถเลือกใช้และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของความรู้สร้างทางเลือกและวิธีการเรียนรู้ของตนเอง โดยเน้นเรียนรู้จากความเป็นจริง และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตลอดจนมีความสุขในการเรียนจนเกิดความรักที่จะเรียนรู้จากทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ เกิดความสามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และเรียนรู้ต่อเนื่องไปตลอดชีวิต
  • เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีความต่อเนื่องให้เห็นพัฒนาการตามสภาพจริง โดยตระหนักในความแตกต่างกันของทักษะ ปัญญา ความถนัด ความสามารถ และความสนใจตามธรรมชาติของตัวผู้เรียน โดยใช้วิธีการและเครื่องมือที่หลากหลายทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล/กลุ่ม สร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

เมื่อพิจารณาตามนัยดังกล่าวการศึกษาทางเลือกจึงเป็นแนวทางการจัดการศึกษา ที่แต่ละโรงเรียน กลุ่มองค์กร หรือชุมชน เลือกแล้วว่าจะดำเนินตามความหมายอันแท้จริงของการศึกษาที่แท้นั่นคือ ทำการศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ตามความคิด ความเชื่ออันเป็นไปตามปรัชญาการเรียนรู้ที่แต่ละคนเข้าใจ ด้วยวิถีทางของการศึกษาที่มีความหลากหลาย เพื่อเปิดเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีความคิด ความเชื่อ และความต้องการที่แตกต่างอย่างมีเสรีภาพ

ยุทธชัยยังได้กล่าวไว้ในรายงานเล่มเดียวกันว่า การศึกษาทางเลือกเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่มีขึ้นเพื่อการสร้างจุดเปลี่ยนทางการศึกษาใน 6 ประการ ดังนี้

  • ประการแรกการศึกษาคือการพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การศึกษาไม่ใช่แค่เพื่อความเป็นพลเมืองที่ตอบสนองต่อแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐ แต่คือวิถีของการพัฒนาเกิดจากการศึกษาเรียนรู้เพื่อให้มนุษย์เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์พ้นจากสัญชาตญาณของสัตว์ละลดความเห็นแก่ตัว
  • ประการที่สองการศึกษาคือทางเลือกหลากหลาย อันเป็นภาวะตามธรรมชาติ การศึกษาไม่ใช่การผลิตซ้ำแบบเครื่องจักร แต่คือความละเอียดประณีตของการถักสานจิตวิญญาณและศักยภาพการเรียนรู้ในตัวมนุษย์แต่ละคนให้ประสานเป็นหนึ่งเดียว เข้าทำนอง “ตัดเกือกให้เข้ากับตีน ไม่ใช่ตัดตีนให้เข้ากับเกือก”
  • ประการที่สาม การศึกษาคือการสร้างสรรค์วิถีการเรียนรู้ที่สมดุลและผสมผสาน การศึกษาไม่ใช่การเรียนหนังสือไปตามแบบเรียนเล่มใดเล่มหนึ่ง แต่คือการเรียนรู้เพื่อสร้างความเจริญงอกงามให้กับชีวิต ในเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมองค์รวมความเป็นทั้งหมดของชีวิตทั้งวิชาการและวิถีชีวิต ความรู้และคุณธรรม ภูมิปัญญาตะวันตกและตะวันออก ผสานความเป็นสากลและความเป็นไทยรวมทั้งการให้ความสำคัญกับหลักสูตรท้องถิ่น
  • ประการที่สี่การศึกษาคือการสร้างสรรค์วิถีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับธรรมชาติในการเรียนรู้ของมนุษย์ การศึกษาไม่ใช่การเรียนแค่ตัวความรู้แต่คือ การเรียนวิธีการเรียนรู้เพื่อการก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของความรู้ของโลกและชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่งทั้งยังทวีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ผู้เรียนสร้างทางเลือกและวิธีการเรียนรู้ของตัวเองได้เน้นเรียนรู้จากความเป็นจริงที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสุขในการเรียนจนเกิดความรักที่จะเรียนรู้ทั้งจากสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจเกิดทักษะเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและเรียนรู้ต่อเนื่องไปตลอดชีวิต
  • ประการที่ห้าการศึกษาคือการค้นพบตนเองและนำทางให้ประสบความสำเร็จ ได้ตามศักยภาพของตน การศึกษาไม่ใช่สนามรบของการแย่งชิง แข่งขัน คัดออก แต่คือสนามแม่เหล็กที่ดึงดูดทุกคนเอาไว้ด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีและความสามารถของคนทุกๆ คน แนวคิดและวิธีการในการวัดและประเมินผลการศึกษาจำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยหันมามุ่งพิจารณาวัดและประเมินผลจากองค์รวมในคุณลักษณะหรือพัฒนาการตามสภาพจริงของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบสาระและกระบวนการเรียนรู้ที่จัด และอย่างไม่ยึดติดกับมาตรฐานกลางเพียงมาตรฐานเดียว
  • ประการที่หกการศึกษาเป็นของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน การศึกษาไม่ใช่เครื่องแสดงอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยรัฐ แต่คือสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่จะตัดสินใจเลือกวิถีทางแห่งอนาคตด้วยตนเองการศึกษาต้องทำให้คนอยู่ได้และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในท้องถิ่นบ้านเกิดแล้วเมื่อเอาชุมชนเป็นตัวตั้งก็จะเห็นถึงภาคีและทรัพยากรในท้องถิ่นที่จะเข้ามาสนับสนุน ในด้านการกำกับคุณภาพก็จะเป็นไปโดยง่ายเพราะชุมชนเห็นผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนได้ด้วยตนเองด้วยว่าผู้เรียนเป็นลูกหลานของเขาเอง

ด้วยเหตุดังเช่นที่กล่าวมาแล้วการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จึงไม่ใช่เป็นเพียงจุดเปลี่ยนของกระบวนทัศน์ทางการศึกษาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างคนที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเข้าใจ หลอมรวมให้ความหลากหลายกลายเป็นหนึ่ง

ท่ามกลางจุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษที่ท้าทายการเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ ในยุควิกฤตแห่งความเจริญทางวัตถุนี้เครือข่ายโรงเรียนไทยไท คือการรวมตัวกันของโรงเรียนไทยที่แสวงหาหนทางในการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์เป็นประเด็นสำคัญ ทุกโรงเรียนต่างก็พยายามเข้าถึงการเรียนรู้ที่แท้และเป็นธรรมชาติของมนุษย์ พยายามมุ่งหาคำตอบต่อคำถามที่ว่า

  • การเรียนรู้เกิดขึ้นกับใคร?
  • การเรียนรู้เกิดขึ้นที่ไหน?
  • เมื่อไหร่คือเวลาแห่งการเรียนรู้?
  • เด็กเรียนรู้ได้อย่างไร?
  • ควรเรียนอะไร?
  • ความรู้ที่มีอยู่ในโลก และวิธีแก้ปัญหาล้วนเชื่อมโยงถึงกันหมด แต่เหตุใดการเรียนการสอนจึงแบ่งแยกออกเป็นวิชาอย่างตายตัว?
  • ใครควรเป็นผู้ประเมินผลการเรียนรู้?

ความเป็นเครือข่ายเริ่มต้นขึ้นจากการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันของกลุ่มโรงเรียนทางเลือก เพื่อเตรียมนำเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้ในงานระพีเสวนา ภายใต้หัวข้อ “การเรียนรู้เพื่อความเป็นไท” ที่จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของสถาบันอาศรมศิลป์ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อแสดงมุทิตาคารวะแด่ศาสตราจารย์ระพี สาคริกเพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ไปสู่การพัฒนาจิตใจและปัญญา

ความคิด ความฝัน และแรงบันดาลใจของกลุ่มกัลยาณมิตรทางการศึกษาจากโรงเรียนทอสี โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก โรงเรียนนานาชาติเมธา โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนจิตตเมตต์ (ปฐมวัย) โรงเรียนสัตยาไส โรงเรียนวรรณสว่างจิต โรงเรียนดรุณสิกขาลัยโรงเรียนอนุบาลบ้านรัก โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก โรงเรียนสยามสามไตรและโรงเรียนเพลินพัฒนาจึงค่อย ๆ ผนึกกำลังเป็นเครือข่าย ถักทอแนวคิดร่วมกัน มุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นคน เพื่อนำพาสังคมไปสู่สันติสุข

ท่ามกลางกระแสของทุนนิยมที่เชี่ยวกราก เครือข่ายโรงเรียนไทยไท และกัลยาณมิตรที่ค่อย ๆ เพิ่มเติมเข้ามา จะเป็นเพื่อนร่วมเดินกันไปบนหนทางข้างหน้าด้วยย่างก้าวที่มั่นคง เป็นกำลังสำคัญของสังคมในการขับเคลื่อนมิติของการศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์ให้แผ่ขยายออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ณ วันนี้เครือข่ายโรงเรียนไทยไท อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่แตกต่างจากการดำเนินธุรกิจทางการศึกษา และกำลังเผยความจริงให้สังคมเห็นว่าการเรียนเฉพาะ “ตัวความรู้” ไม่ใช่ “การเรียนรู้ที่สร้างให้เกิดความงอกงามจากภายใน” อันเป็นนิยามของคำว่าสิกขาหรือศึกษาในความหมายดั้งเดิม

แม้นักการศึกษาแผนใหม่เองก็ถือว่าการจัดการศึกษาต้องคำนึงถึงความงอกงามของผู้เรียน คือ ต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดความงอกงามทั้งทางร่างกาย ทางความรู้ หรือปัญญา ทางสังคม และทางอารมณ์ไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวมที่เอื้อให้ผู้เรียนได้มีส่วนในการสร้างการเรียนรู้นั้นจากความเข้าใจของตนเอง

ด้วยนิยามและวิถีปฏิบัติของโรงเรียนทางเลือกเป็นโรงเรียนเหล่านี้ คือ ตัวอย่างของสถานศึกษาที่ทำตามมาตรฐานการศึกษาของชาติอย่างเต็มกำลังที่สุด นั่นคือ การสร้างคนที่ดีเก่ง และมีความสุข ด้วยการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ร่วมไปกับการจัดหลักสูตร การเรียนรู้และการสร้างสรรค์บรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติของเขาอย่างเต็มศักยภาพ

เครือข่ายโรงเรียนไทยไทได้นำเสนอภาคปฏิบัติของอุดมการณ์สำคัญในการจัดการศึกษาของชาติ ที่กล่าวถึงการศึกษาตลอดชีวิต และการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ อันเป็นการศึกษาที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่มีความสมดุลระหว่างปัญญาธรรม คุณธรรม และวัฒนธรรม ที่แม้จะยังไม่ใช่รูปแบบที่สมบูรณ์พร้อม แต่ก็เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นจากความพยายามที่พัฒนาการศึกษาให้ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัด ปัจจัยและทรัพยากรที่มีอยู่ในสังคมไทย อันก่อให้เกิดกระบวนการและนวัตกรรมทางการศึกษาที่พอจะเป็นแบบอย่างในการสร้างคนคุณภาพให้สังคมได้เห็นในหลากหลายแนวทาง

การก่อตัวของเครือข่ายโรงเรียนไทยไท จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตัวทางความคิด และวิถีปฏิบัติที่จะเชื้อเชิญให้สังคมก้าวเดินไปในหนทางของการศึกษาที่แท้ และหันกลับไปหาการเรียนรู้ที่ให้ความสนใจในการพัฒนาคนอย่างเป็นองค์รวม โดยไม่แยกวิชาออกจากชีวิต ไม่แยกวัฒนธรรมออกจากการเรียนรู้แต่ทำการเรียนรู้ให้เป็นวัฒนธรรมของสังคมด้วยการทำการเรียนรู้ให้เป็นเครื่องอยู่ของชีวิต

“THAI TAI SCHOOL”

awakening the society’s attention to human value An intent to ensure all Thai people to have educational rights is clearly shown in the Thai Constitution B.E. 2540 (1997 A.D.)  For more  inclusiveness, the National Education Act B.E. 2542  The education revolution in the second decade (2009 – 2018) still emphasizes the quality life-long education as well as a promotion of participation from every sector in the society in managing education.

The degree of benefits of the scheme to the society lies in many causes and factors. Most importantly, a belief of each individual on education paves a way to a means and a final goal in creating people according to the education philosophy of one’s belief. Accordingly, this allows an opportunity for diverse and varied way of managing education from the government is the powerhouse to propel Thai society to become the society of learning as expected.

Alternative education is not a fashion Acting as a present Director of the Institute of Thai Home Education, Mr. Yutthachai Chalermchai, who used to homeschool both of his sons has concluded in his report on a research on alternative education for well being (2010) that:

Innovations or the qualifications of alternative education school incorporate:

  • Give value to human and diversity in order to develop the learners to become a complete human being, to have freedom of thoughts, happiness and creativity so that the learners are able to succeed naturally and achieve their full potential.
  • The curriculum covers holistic living, balances academic, life, knowledge and ethic as well as western and eastern wisdom, universality and Thainess.
  • Develop curriculum according to contemporary educational philosophy such as Waldorf, Montessori, Neo-Humanist, constructionism and Buddhism, etc.
  • Place an emphasis on learning method rather than knowledge. The learners are allowed to choose and keep abreast with knowledge development to develop their own learning method with an emphasis on learning from reality and ability to practice in daily life. They should be happy with their learning and love to learn from things that they like and dislike so that they are able to learn by themselves and learn continuously for the rest of their lives.
  • Be a continuous learning process which allows authentic development with a realization of individual’s uniqueness or difference of skill, intellect, competency, capability and interest of the learners. Assessment uses a variety of both formal and informal techniques to truly develop each individual/group. The opportunities are given to everyone so that they can achieve in learning with equal opportunities.Based on the aforementioned criteria, alternative education reflects the guideline of management adopted by each school, organization or community where opts for education management according to the real meaning.

That is, development of real and complete human which is based on the concept and belief according to the learning philosophy one perceives. This approach permits diversity to offer ways to those who have different concepts, believes and desire with freedom.

Mr. Yutthachai also pointed out in the same report that the alternative education is a new paradigm to inspire six turning points of education:

  1. First: Education aims to perfect human.Education is not merely for citizen to respond to the economic development plan of the government. The way of development is a result of learning for a perfect man who can overcome animal instinct and detach from selfishness.
  2. Second: Education offers a wide variety of choices which is a natural state. As a substitute to a reproduction by the machine, it is a delicate work of refined bond between spirit and leaning potential inside each individual to be as one. Like the saying “cutting the shoes to fit the foot not cutting the foot to fit the shoes.”
  3. Third: Education is to create a learning program which allows balance and integration. Education is not by reciting from any particular book but it is a way to learn for prosperity of life. The essence or content covers holistic life of academic and life style, knowledge, ethic, western and eastern wisdoms and combination of universality and Thainess. Also, community curriculum is also given priority.
  4. Fourth: Education is creating a learning method appropriate to the nature of learning of human. It is not merely knowledge but a way to learn. Learning method is to keep pace with ever changing world knowledge and life which is getting more complex. The learners are equipped with facility to create their own choice and learning method with a focus on learning from the reality which can be applied in daily life. By doing so, they are content with the learning. As a result, they love to learn from what they like and dislike and earn skills to learn by themselves and for life.
  5. Fifth: Education is self-discovery which paves way to success based on the learners’ potential. The learning is not a war for fighting, competition and elimination but it is a magnet which draws everyone by respect of dignity and capability of everyone. A concept and assessment and evaluation methods need to be changed and an attention need to be placed on holistic evaluation and assessment or authentic assessment of the learners to correspond to the content and learning process regardless of central standard alone.
  6. Sixth: Education is by the community for the community. It is not a sign of authoritarian by the government but it is a basic right of the people who can choose for their own future by themselves. Education must enable them to survive and live with dignity in their homeland. If the community is regarded as first priority, we can identify network and local resources as a support for the community. Quality control can also be easily performed as the community can notice the results of the learners who are their own children.

Due to the above rationale, education is to develop the perfect human which is not just a turning point of education paradigm but also an important goal to grow the potential of people to be able to live with the changing world.

Commingling diversity to become oneAt the turning point of a challenging century towards education for the survival of mankind in an era of materialism, Thai Tai School Network, a gathering of Thai schools in quest of alternatives of education management with a main aim to develop human was formed. Every school attempts to achieve the real education and access to real nature of human beings and crack their questions:

  • to whom education does address?
  • When does the education occur?
  • How do the children learn and what they should learn?
  • And as the world knowledge and the solution are all connected, but why does the learning and teaching is distinctively separated into particular subject?
  • Who should asses the learning outcome?

The network started from knowledge sharing among Alternative Schools Group in the middle of preparing for presentation their innovation under the topic of “Leaning for Thai” in Rapee Seminar Day on 15 December 2008 at Thailand Cultural Center. The project was a result of mutual cooperation between Arsomsilp Institute, The Contemplative Education Center at Mahidol University and Thai Health Promotion Foundation to express gratefulness to Prof. Dr. Rapee Sakrik to link the learning to the development of soul and intellect.With ideas, dreams and inspiration of the friends of education: Tor See School; Children Village School; Metha International School; Roong Aroon School; Chitmate School (pre-primary), Sattaya Sai School; Wansawangjit School; Darun Sikhalai School; Banrak Kindergarten; Samma Sikkha School; Siam Sam Tri School; and Pleon Patthana School, the network gradually took shape and the concept has been strengthened with a focus to develop human and to lead the society to peace.

Amidst a compelling capitalist trend, the Thai Tai Network and more and more friends have joined hands on their journey at a steady pace; they act as a pivotal mechanism in the society to thrust education for human development at the widest scale as possible. A true meaning of education Today, Thai Tai School Network may be another choice which differentiates itself from education business and is about to unveil to the society that learning only “knowledge” is not “learning to grow from inside”, a definition of Sikkha or education in its origin meaning. New education planners today also regard that education management needs to take into consideration the growth of the learners i.e. creating learning process to let them grow physically,intellectually, socially and emotionally at the same time.

This is holistic education which facilitates the learners to take part in their own learning by their own understanding. By definition and practice of alternative education, these schools are example of the schools which wholeheartedly commit in adhering to the national education standard. Namely, they produce fine people who are academically successful and happy through the learning process placing the learners as the first priority together with curriculum management and creation of learning environment which supports the learners to naturally develop their own potential.

The Network presents practicality of main ideology of national education management which states lifelong education, and creation of Thai society to become a learning society. This type of education promotes life quality development and the society having a balance of intellect, ethic and culture. Perhaps, not a perfect way yet, the originated pattern is somehow a mutual endeavor to develop education at its best under restriction of conditions and resources in the Thai society. Such attempts have also given rise to a process and education innovation that best exemplifies the way to develop quality personnel in the society in a number of ways.

The birth of Thai Tai School Network ignites the ideas and practices that invite the society to progress along the real educational road and return to the actual learning method that pays attention to holistic human development without sorting out the subjects from life, culture from learning. It is rather a way to fabricate learning as our culture through making the learning to be a part of life possible. (1999 A.D.) was enacted which led to educational revolution – a giant wind of change which has just blown. If the revolutionary wave of education in the first decade born out of the 1997 Constitution is the wind that has just blown, the 2007 Constitution, the present constitution must be an origin of the second wave continued from the first. What is worth observing is that the present constitution adds “an alternative education of the people”.

ขอบคุณข้อมูลจาก : บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
ที่มา : วารสารสื่อพลัง ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน 2553)

http://www.pttplc.com/Files/Document/energy_mag/53_2/07_within%20education.pdf

หมวดสื่อการศึกษา : เรื่อง “เครือข่ายโรงเรียนไทยไท” การรวมพลังของกลุ่มโรงเรียนการศึกษาทางเลือก เพื่อสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ สู่ศักยภาพทางการศึกษาที่แท้แก่สังคมไทย

Read Full Post | Make a Comment ( None so far )

Liked it here?
Why not try sites on the blogroll...

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 26 other followers

%d bloggers like this: